Saturday, July 2, 2016

ผบ.ทอ.เศร้าสูญเสียนักบิน เล็งซื้ออีซี725 ทดแทนฮิวอี้

ผบ.ทอ.เศร้าสูญเสียนักบิน เล็งซื้ออีซี725ทดแทนฮิวอี้

"ผบ.ทอ." เสียใจครอบครัวกำลังพล เผยมีนักบินขึ้นบินวันละ 200 ชม. แม้ปลอดภัย แต่ก็เสี่ยง เล็งใช้ "ไฟเบอร์ออฟติก-ดาวเทียม" บนสถานีเรดาห์ พร้อมเตรียมจัดซื้อ อีซี725 เพิ่ม ทดแทนฮิวอี้ปลดประจำการ

พุธที่ 29 มิถุนายน 2559 เวลา 09.07 น.


เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้งผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงการสูญเสียกำลังพลทั้ง 3 นายจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณเขาชะเมา จ.จันทบุรี ว่า ทุกครั้งที่เกิดการสูญเสีย ตนและกองทัพอากาศก็รู้สึกเสียใจกับครอบครัวกำลังพล ทุกวันตนมีความเป็นห่วงนักบินที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในแต่ละวันของกองทัพอากาศ เฉลี่ยต่อวันใช้เวลาบินวันละ 200 ชั่วโมง ซึ่งทุกวันอย่างน้อยต้องมีเครื่องบินกองทัพอากาศบินอยู่ ในเมื่อเราเป็นนักบิน เราเชื่อว่ามีความปลอดภัย แต่ก็ยังมีความเสี่ยง ตนมีความเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา หากเกิดอะไรขึ้นมาก็มีความรู้สึกเสมือนสูญเสียคนในครอบครัว ทั้งนี้อาชีพทหารมีความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ แต่ทุกคนเต็มใจที่จะทำภารกิจนี้ ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้นั้น ทางนิรภัยการบินได้ลงสำรวจพื้นที่แล้ว เพื่อตรวจสอบเก็บหลักฐาน หลังจากนี้จะนำซากเฮลิคอปเตอร์กลับมาตรวจสอบที่ดอนเมืองต่อไป สำหรับระยะเวลาการตรวจสอบนั้นต้องใช้เวลา เพราะเกี่ยวกับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเรื่องอากาศยาน สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ 

เมื่อถามว่าจะมีการปรับแผนเรื่องการใช้อากาศยานในการส่งกำลังบำรุงตามสถานีเรดาร์ต่างๆ หรือไม่ พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าวว่า มีแผนอยู่ที่จะปรับเปลี่ยนเรื่องเทคโนโลยี กองทัพอากาศมีสถานีถ่ายทอดสัญญาณอยู่บนเขาทั่วประเทศ แต่สถานีเรดาร์บนเขาชะเมาค่อนข้างที่จะลำบากที่สุด เพราะไม่มีถนนและทางขึ้น ดังนั้นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์เพียงอย่างเดียว จากนี้คิดว่าเราจะใช้ระบบอื่นเข้ามาทดแทนระบบไมโครเวฟ และมีหลายเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาใช้ เช่น ไฟเบอร์ออฟติก และดาวเทียม เพื่อให้การสื่อสารของเรามั่นคง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับการป้องกันประเทศ เพื่อความมั่นคงและความน่าเชื่อถือได้ 

" อาจจะมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบรีโมทคอนโทรลหรือปรับเปลี่ยนเส้นทาง ซึ่งอยู่ในแผนของกองทัพอากาศอยู่แล้ว นอกจากนี้กองทัพอากาศเตรียมที่จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางสำหรับค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบแบบ อีซี725 จากบริษัทแอร์บัส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้ครบ 1 ฝูง คือ 12 ลำ ซึ่งขณะนี้มีประจำการอยู่กองบิน 2 จ.ลพบุรี จำนวน 4 เครื่อง เพื่อมาทดแทน เฮลิคอปเตอร์รุ่นฮิวอี้ที่จะปลดประจำการจำนวน 10 เครื่อง จาก 20 เครื่อง ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะใช้งานมานานแล้ว แต่ได้รับการปรับปรุง ส่วนการพัฒนาเครื่องยูเอวีนั้นเป็นอนาคตของทุกกองทัพในทั่วโลก โดยเครื่องยูเอวีปัจจุบันมีขีดความสามารถมาก เพื่องดใช้เครื่องบินและคน ทั้งนี้เครื่องยูเอวีมีหลายชนิดและหลายขนาด แต่การใช้ต้องมีองค์ความรู้ที่มาก ไม่ว่าจะเรื่องภูมิศาสตร์สนเทศที่จะต้องนำมาประกอบกันในเรื่องการแปลความภาพถ่ายและแปลความในระบบต่างๆ" พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าว.

... อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/regional/505684

Friday, July 1, 2016

อย่ามองข้ามสิ่งเล็กน้อย มันอาจเซฟชีวิตท่าน!!

ชายคนหนึ่งถูกขังอยู่ในห้องแช่แข็งกว่า 5 ชั่วโมง ร้องลั่นก็ไม่มีใครได้ยิน จนมีคนมาพบ แต่ต้องแปลกใจเมื่อได้ยินเหตุผลของคนที่มาช่วยเขาไว้!!
เรื่องราว ข้อ คิด ดีๆสอนใจ "รปภ."
ชายคน หนึ่ง…ทำงานที่โรงงานผลิตเนื้อสัตว์แปรรูป วันหนึ่งหลังเลิกงาน เขาเข้าไปในห้องเย็นแช่แข็งเพื่อเข้าไปดูความเรียบร้อยอะไรบางอย่าง ด้วยความโชคร้าย ประตูห้องเย็นปิด และ เขาถูกขังอยู่ภายใน ถึงแม้ว่าเขาจะตะโกนและเคาะประตู ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา คนงานส่วนใหญ่กลับบ้านไปแล้ว
5 ชม.ต่อมา ขณะที่เขาเริ่มหมดหวังและนอนรอความตาย พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทได้เปิดประตูมาช่วยเขาได้ทัน เขาถามผู้มาช่วยเหลือว่า ทำไมถึงมาเปิดประตูให้เขาได้
พนักงานผู้ นั้นตอบว่า "ผมทำงานโรงงานนี้มา 35 ปีแล้ว พนักงานหลายร้อยคนเข้าและออกโรงงานทุกวัน คนส่วนใหญ่มองผมเหมือนไม่มีตัวตน แต่คุณเป็นหนึ่งไม่กี่คนที่ทักทายผมทุกวันในตอนเช้า กล่าวลาผมตอนกลับบ้าน แล้วพูดว่า พบกันใหม่พรุ่งนี้
ผมมีความสุข ที่ได้รับคำทักทายทุกๆวัน เพราะคุณทำให้ผมรู้สึกว่าฉันมีตัวตน และวันนี้ก็เหมือนทุกวัน ได้ทักทายในตอนเช้า แต่จนดึกแล้วผมก็ยังไม่ได้ยินเสียงกล่าวลาของคุณ ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ จึงตามหาตามที่ต่างๆ จนกระทั่งได้พบคุณในที่สุดครับ"
บทเรียนสำคัญ :
จงอ่อนน้อม ถ่อมตัว ให้ความรัก ความนับถือกับผู้คนรอบๆตัวคุณ เพราะว่า ชีวิตนี้สั้นนัก
สิ่งที่เรากระทำอาจมีผลต่อผู้คนเหล่านั้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งโดยที่เราอาจคาดไม่ถึง
เมื่อคุณอ่านจบลง 1 แชร์ 1 ธรรมทาน 1 เตือนสติกันว่า ความอ่อนน้อม ถ่อมตัว นั้น มีค่าแค่ไหน และจงอย่าดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น

--------------------------------------------------------------------- THAILAND: Drop charges against pro-democracy activists

30 June 2016

---------------------------------------------------------------------
THAILAND: Drop charges against pro-democracy activists

ISSUES: freedom of expression; freedom of assembly; military court 
---------------------------------------------------------------------

Dear Friends,

The Asian Human Rights Commission (AHRC) has received updated information from Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) regarding military officers and police officers harassing activists who exercise their right to expression and peaceful assembly. On 23-24 June 2016, the police have accused 13 pro-democracy activists of violating the junta's ban on political gatherings by distributing campaign flyers for the upcoming draft constitution referendum.

CASE NARRATIVE:

The date 7 August 2016 is scheduled for the constitutional referendum by the Thai Military government and the National Council for Peace and Order (NCPO), the junta-ruling body. In the run-up to the referendum, the New Democracy Movement (NDM), a group of student activists and other activists, formed at the first anniversary of the coup d'état in late June 2015, has started their campaign to encourage people to cast their votes to reject the draft constitution as they are of the opinion that the draft is undemocratic.

On 23 June 2016, at around 5:30 p.m., combined forces of police and Military arrested the NDM student activists and members of the Triumph Labour Union. This arrest took place in the market of Kan Keha Bang Pli Community in Samut Prakan Province. All 13 of them were arrested while they were distributing leaflets, fliers, and documents to passersby. 

The documents give a little information about the draft Constitution and explain the reasons why people should reject it. All of them were apprehended and taken to the Bang Sao Thaong Police Station. Their campaign materials were confiscated including: large fliers bearing the text "Vote No"; booklets, titled the "Arguments and explanations about the essence of the Draft Constitution, the ten things you should know"; large fliers titled "Kao Kham" (Transcending) by the New Democracy Movement (NDM); brochures explaining how to register to vote outside one's constituency; a form to register or to unregister to vote outside one's constituency; as well as one megaphone. They were detained in police custody overnight and six of them who requested bail during the police stage were denied bail.

On 24 June 2016, all the 13 were brought to the pre-trial remand hearing at the Bangkok Military Court. Pol Cap Withoon Pengbuppha, the police investigator of Bang Sao Thaong Police Station, asked the Court to have them remanded for 12 days, claiming it necessary for questioning ten more witnesses and fearing the reoccurrence of the crime, which he argued may post an obstacle or jeopardize the investigation. 

Meanwhile, the alleged offenders' attorneys filed a motion to object to the remand request, citing that the Order of the Head of the NCPO No. 3/2015 is not an applicable law and its Article 12 (ban on any political gathering of five persons or more) is a restriction on the rights to freedom of expression and peaceful assembly, which are recognized in the Constitution and the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR), to which Thailand is a state party. Also, the right to freedom of expression should not be criminalized. In addition, the NCPO Announcement no. 37/2014 which specifies the jurisdiction of the Military Courts imply states that the Military Court can only adjudicate cases relating to offences against the Announcements or Orders of the NCPO, not the Order of the Head of the NCPO. 

Therefore, the Bangkok Military Court has no power to review the case and to conduct the remand hearing in this case.
Nevertheless, the Military Court persisted to issue a writ to have the 13 alleged offenders remanded, claiming that they were just arrested and moretime was needed for police investigation including several more witnesses to be interviewed and deeming that the objection of the alleged offenders was a legal defence. Thus, the Court dismissed the objection to the remand motion, and approved a 12-daypre-trial remand, as submitted by police.

However, six alleged offenders have been released by the order of the Military Court, by placing bail bond at 50,000 Baht each. They, however, have to comply with the conditions set forth by the Military Court, including to "not get involved with any act aimed to instigate, disrupt public order, persuade, compel people to rise up by any means possible in order to make possible any public assembly which may bring about public disorder or cause any harm or infringement on peace, order or the moral high ground of the people or any act which may induce people to commit a legal offence". 

At present, the other seven students and activists are held in custody at the Bangkok Remand Prison. They all refused to apply for bail, stating that they had done nothing wrong and should not be subject to the jurisdiction of the Military Court. They did not want to accept the conditions attached to the release, as dictated by the Military Court. On 5 July2016, when the first period of remand ends, their attorneys shall file another motion to object further remand.

ADDITIONAL INFORMATION:

The following are the names of the arrested activists: 
1. Mr. Rangsiman Rome, 24 years, currently detained at the Bangkok Remand Prison
2. Mr. Korakoch Saengyenpan, 23 years, currently detained at the Bangkok Remand Prison
3. Ms. Tueanjai Waengkham, 43 years, on temporary release with conditions imposed by Military Court
4. Mr. Anan Loket, 21 years, currently detained at the Bangkok Remand Prison
5. Mr. Thirayut Napnaram, 28 years, currently detained at the Bangkok Remand Prison
6. Ms. Pimai Ratwongsa, 43 years, on temporary release with conditions imposed by Military Court
7. Mr. Rackchart Wong-arthichart, 25 years, on temporary release with conditions imposed by Military Court
8. Mr. Yuttana Dasri, 27 years, currently detained at the Bangkok Remand Prison
9. Mr. Somsakol Thongsuksai, 20 years, currently detained at the Bangkok Remand Prison
10. Ms. Konchanok Tanakhun, 45 years, on temporary release with conditions imposed by Military Court
11. Mr. Worawut Butmat, 23 years, on temporary release with conditions imposed by Military Court
12. Ms. Phanthip Saengathit, 22 years, on temporary release with conditions imposed by Military Court
13. Mr. Nantapong Panmat, 24 years, currently detained at the Bangkok Remand Prison

And, the following are the details of the charges:

1. THE HEAD OF THE NCPO ORDER NO.3/2015 ON MAINTAINING PUBLIC ORDER AND NATIONAL SECURITY

Article 12. Political gatherings of five or more persons shall be punished with imprisonment not exceeding six months or a fine not exceeding ten thousand Baht, or both, unless permission has been granted by the Head of the NCPO or an authorized representative.

Anyone who commits an offence under paragraph one who voluntarily agrees to receive corrective training from Peacekeeping Officers for a period not exceeding seven days may be released with or without the conditions stipulated in Article 11 paragraph 2 at the discretion of Peacekeeping Officers. The case will then be considered closed according to Section 37 of the Code of Criminal Procedure as amended by the Criminal Code Amendment Act (No. 16), 1986. Any person who contravenes or fails to comply with conditions of release shall be punished with imprisonment not exceeding six months, or a fine not exceeding ten thousand Baht, or both.

2. THE CONSTITUTIONAL REFERENDUM ACT B.E. 2559 (2016)

Article 61 states any person who commits following acts;

(1) To cause confusion to affect orderliness of voting
(2) […]
Anyone who publishes text, images or sound, through either newspaper, radio, television, electronic media or other channels, that is either untruthful, harsh, offensive, rude, inciting or threatening, with the intention that voters will either not exercise their right to vote, or vote in a certain way, or not vote, shall be considered as a person causing confusion to affect orderliness of voting.

Any person commits the act to cause confusion to affect orderliness of voting shall be
punished with imprisonment of not exceeding ten years and a fine of up to 200,000 Baht.
The Court may order to revoke his/her right to vote of not exceeding five years.

If the offences are committed by a group of five persons or more, each person shall be punished with imprisonment of one to ten years, a fine from 20,000 to 200,000 baht and a10-year revocation of voting right by court.

3. THE NATIONAL IDENTITY CARD ACT B.E.2526 (1983)

Section 17 states that a holder of a national identification card who fails to produce the card or equivalent document upon an official request shall be punished with fine not exceeding to 200 Baht.

4. THE ANNOUNCEMENT OF THE COUNCIL FOR DEMOCRATIC REFORM (CDR) NO. 25 ON THE PROCEDURE IN THE CRIMINAL JUSTICE SYSTEM DECLAREDON 29 SEPTEMBER 2006

Any person who is accused of committing criminal offences has a duty to give fingerprints or footprints in criminal proceedings as ordered by prosecutors, judges or police investigators. Whoever violates such order shall be punished with imprisonment of not exceeding 6 months and/or fine of not exceeding 1,000 Baht for disobeying the order of the officials by refusing to give their fingerprints.

SUGGESTED ACTION:

Please write letters to the authorities below, asking them to immediately withdraw the case and end any ongoing investigation into the20 activists.

Please note that the Asian Human Rights Commission is writing a separate letter to the UN Special Rapporteur on the promotion and protection of the right to freedom of opinion expression and seeking his urgent intervention into this matter.


To support this case, please click here: 

SAMPLE LETTER:

Dear ___________,

THAILAND: Drop charges against pro-democracy activists

Names of victims:Mr. Rangsiman Rome, Mr. Korakoch Saengyenpan, Ms.Tueanjai Waengkham,Mr. Anan Loket, Mr. Thirayut Napnaram, Ms. Pimai Ratwongsa, Mr. Rackchart Wong-arthichart, Mr. Yuttana Dasri, Mr. Somsakol Thongsuksai, Ms. Konchanok Tanakhun, Mr. Worawut Butmat, Ms. Phanthip Saengathit, Mr. Nantapong Panmat

Names of alleged perpetrators: Military Officers and Police Officers

Date of incident: 24 June 2016 to the present

Place of incident: Samut Prakan Province, Thailand

I am writing to voice my deep concern regarding the arrest of 13 of the New Democracy Movement (NDM) activists and some members of labour rights groups by the Military while they were distributing and handing-out leaflets and documents campaigning for 'vote no' in the referendum. All of them are charged with violating the junta's ban on political gatherings of five persons and an offence against the Constitution Referendum Act, 2016. They are subject to Military Court jurisdiction and, if found guilty, could face up to 10 years of imprisonment, a fine of 200,000 Baht, and also have their right to vote revoked by Court.

With regard to the NCPO No. 3/2015, which the government claims is needed in order to maintain a "certain degree of restriction in order to protect the rights or reputations of others and to uphold national security and public order", I would like to argue the Order of the Head of the NCPO No. 3/2015 is not an applicable law and its Article 12 (ban on any political gathering of five persons or more) is a restriction on the rights to freedom of expression and peaceful assembly which are recognized in the Constitution and the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) to which Thailand is a state party. Also, the right to freedom of expression should not be criminalized.

Moreover, I would like to reiterate that all public figures, including those campaigning for 'vote no' in the referendum, are legitimately subject to criticism and political opposition. The mere fact that forms of expression are considered to be insulting to a public figure is not sufficient to justify the imposition of penalties, albeit public figures may also benefit from the provisions of the Covenant. In addition, I would like to suggest that Article 61 of the Constitutional Referendum Act B.E. 2559 (2016) should be crafted with care to ensure that they comply with paragraph 3of Article 19 and that they do not serve, in practice, to stifle freedom of expression (as provided by the Human Rights Committee's General Comment No. 34, CCPR/C/GC/34).

Lastly, I am also concerned in this connection, as the application of these legal provisions seem to particularly target and criminalize individuals for expressing political opposition, especially following the 22 May 2014 coup d'état.

I would like to refer to Articles 21 and 22 of the ICCPR that guarantee the rights to freedom of peaceful assembly and of association. In particular, the principles enunciated by Human Rights Council resolution24/5, paragraph 2,

"… reminds States of their obligation to respect and fully protect the rights of all individuals to meet and assemble peacefully, …including persons espousing minority or dissenting views or beliefs… seeking to exercise or to promote these rights, and to take all necessary measures to ensure that any restrictions on the free exercise of the rights to freedom of peaceful assembly and of association are in accordance with their obligations under international human rights law".

Therefore, I would like to urge:

1. The Commander of Royal Thai Police to immediately and unconditionally drop all charges against the 13 pro democracy activists who were campaigning around the referendum on the draft constitution;

2. The Commissioner-General of Royal Thai Police and the Attorney General of Office of Attorney General to guarantee in all circumstances the physical and psychological integrity of the 13 pro-democracy activists and unconditionally drop all charges against them;

3. The Chairman of the National Human Rights Commission to urge The Royal Thai Police and The National for Peace and Order (NCPO) to take prompt action to protect the 13 pro democracy activists who were campaigning around the referendum on the draft constitution;

4. The NCPO to cease obstructing, threatening, and arresting those who campaign around the referendum and express differing views about the draft constitution in an orderly, peaceful and open manner, and allow the free presentation of views to accept or reject the draft constitution through various channels.

Yours Sincerely,

……………….

PLEASE SEND YOUR LETTERS TO:

1. General Prayuth Chan-ocha
Prime Minister
Head of the National Council for Peace and Order
Rachadamnoen Nok Road
Bang Khun Phrom
Bangkok 10200 
THAILAND
Tel: +662 283-4000
Fax: +662 282-5131
Email: panadda_d@opm.go.th

2. Pol Gen ChakthipChaijinda
Commissioner General of the Royal Thai Police 
Rama I Rd, Khwaeng Pathum Wan, 
Khet Pathum Wan, Bangkok 10330
THAILAND
Tel: +662 2516 831
Fax: +662 2053 738

3. Pol.Sub.Lt. Pongniwat Yuthaphunboripahn 
Deputy Attorney General.
The Office of the Attorney General
The Government Complex Commemorating His Majesty the King's 80th Birthday Anniversary 5th December, B.E.2550 (2007), Building B 120 Moo 3
Chaengwattana Road 
Thoongsonghong, Laksi Bangkok 10210 
THAILAND
Tel: +662 142 1444 
Fax: +662 143 9546 
Email: ag@ago.go.th

4. Mr. What Tingsamitr
Chairman of National Human Rights Commission 
The Government Complex Commemorating His Majesty the King's 80th Birthday Anniversary 5th December
B.E.2550 (2007), Building B 120 Moo 3
Chaengwattana Road 
Thoongsonghong, Laksi Bangkok 10210 
THAILAND 
Tel: +662141 3800+6621413900
E-mail: help@nhrc.or.th

5.Pol Cap WithoonPengbuppha
The police investigator of Bang Sao Thaong Police Station
Bang Sao Thong District, SamutPrakan10540
THAILAND 
Tel: +6623381234+66 23381559
Fax: +662 3134119

Thank you.

Urgent Appeals Programme 
Asian Human Rights Commission (ua@ahrc.asia)

ตะลึง! ค่าที่ปรึกษา"ไฮสปีดไทย-จีน" 6พันล้าน

ตะลึง! ค่าที่ปรึกษา"ไฮสปีดไทย-จีน" 6พันล้าน

updated: 30 มิ.ย. 2559 เวลา 21:30:02 น.

 

บีบค่าก่อสร้างไฮสปีดไทย-จีน ปรับลดค่าจ้างที่ปรึกษาจาก 6 พันล้าน เหลือ 1 พันล้าน ค่าเวนคืนพุ่งแตะ 1.3 หมื่นล้าน รื้อท่อก๊าซ ปตท. 80 กม. คาดใช้เงินลงทุน กม.ละ 500 ล้าน ดีเดย์ ก.ค.ชง ครม.อนุมัติโปรเจ็กต์ ปักหมุดช่วงแรก 3.5 กม. สถานีกลางดง-ปางอโศก จุดคิกออฟโครงการ เปิดประมูล ส.ค. ลงเข็ม ก.ย. ลั่นปีหน้าสร้างครบ 253 กม. 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้รายงานผลการประชุมครั้งที่ 11 โครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน หรือไฮสปีดเทรน กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ โดยจะแบ่งการก่อสร้าง 4 ตอน ได้แก่ ช่วงที่ 1 ระยะทาง 3.5 กม. จากสถานีกลางดง-ปางอโศก ช่วงที่ 2 

ระยะทาง 10 กม. ช่วงที่ 3 ระยะทาง 120.5 กม. และช่วงที่ 4 ระยะทาง 119 กม. ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงจะเริ่มสร้างช่วงที่ 1 เป็นลำดับแรก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ไม่มีทางยกระดับ ทางฝ่ายจีนจะออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างส่งมอบให้ฝ่ายไทยภายใน 1 เดือนนี้ จากนั้นจะถอดแบบและประมาณการค่าก่อสร้าง ตั้งเป้าจะประกวดราคาและเริ่มสร้างเดือน ก.ย.นี้ ส่วนช่วงที่ 2-4 ฝ่ายจีนจะทยอยออกแบบรายละเอียดและส่งมอบให้ฝ่ายไทยได้ภายใน 8 เดือน คาดว่าเดือน ก.พ. 2560 จะก่อสร้างได้ครบทั้งโครงการ 

"ขอให้จีนจัดคณะทำงานออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างทั้ง 4 ตอนไปพร้อม ๆ กัน ไม่ต้องรอให้ตอนใดตอนหนึ่งเสร็จก่อน สาเหตุที่เลือกสร้าง 3.5 กม.ก่อน เพราะเป็นพื้นที่พร้อมที่สุด เป็นเขตทางรถไฟ ไม่ผ่านภูเขาหรือสะพาน หากมีการก่อสร้างระยะทางที่ยาวกว่านี้จะทำให้การออกแบบรายละเอียดนาน และไม่สามารถเริ่มสร้างได้ทันกำหนดเวลาปีนี้" นายอาคมกล่าวและว่า

อีกทั้งเร่งให้คณะทำงานยกร่างกรอบความร่วมมือรูปแบบการก่อสร้างโครงการ จะดำเนินการรูปแบบ EPC ใน 2 ส่วน เพื่อเสนอ ครม.อนุมัติภายในเดือน ก.ค.นี้ คือ งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายไทยจะเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยเข้าร่วมก่อสร้างโครงการ และเพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เร็วที่สุด 

และงานระบบรางและรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งระบบอาณัติสัญญาณ ฝ่ายจีนจะคัดเลือกรัฐวิสาหกิจของจีนมีผลงานด้านรถไฟความเร็วสูงที่มีคุณภาพ ต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายไทยเป็นผู้ดำเนินการ อีกทั้งเร่งสรุปกรอบวงเงินลงทุนทั้งก่อสร้างและงานระบบที่กำลังต่อรองกับฝ่ายจีนเสนอราคาอยู่ที่ 189,981 ล้านบาท จะให้ไม่เกิน 1.8 แสนล้านบาท 

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายไทยจะขอจีนให้ปรับลดเงินลงทุนโครงการอยู่ที่กว่า 179,300 ล้านบาท โดยจะปรับลดค่าจ้างที่ปรึกษาออกแบบโครงการ จากเดิมคิดอยู่ที่ 3.5-4.5% ของมูลค่าโครงการ หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท จะขอให้คิดที่ 1.25% หรืออยู่ที่กว่า 1,000 ล้านบาท 

ส่วนค่าก่อสร้างและค่าเวนคืนที่ดินยังเท่าเดิม ซึ่งค่าก่อสร้างประเมินไว้อยู่ที่ประมาณ 160,000 ล้านบาท ส่วนค่าเวนคืนที่ดินและค่ารื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคอยู่ที่กว่า 13,000 ล้านบาท สูงขึ้นจากเดิมเนื่องจากต้องรื้อย้ายท่อก๊าซของ ปตท.ที่กีดขวางแนวเส้นทางอยู่ประมาณ 80 กม. ช่วงจากกรุงเทพฯ-ภาชี และมีเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างสถานีสระบุรีจะไม่สร้างในตำแหน่งเดิม ขณะที่สถานีตลอดเส้นทางมี 5 สถานี ได้แก่ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปากช่อง และโคราช

ด้านการก่อสร้างแบ่งเป็น 4 ตอน ช่วงแรก 3.5 กม. จากสถานีกลางดง-ปางอโศก ช่วงที่ 2 ระยะทาง 10 กม. จากปากช่อง-คลองขนานจิตร ช่วงที่ 3 ระยะทาง 100 กม. จากแก่งคอย-โคราช (เว้นพื้นที่ช่วงแรก) ช่วงที่ 4 ระยะทาง 119 กม. จากกรุงเทพฯ-แก่งคอย โดยค่าก่อสร้างเฉลี่ยอยู่ที่ 500 ล้านบาท/กม.

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

Wednesday, June 29, 2016

หน่วยทหารม้าเตรียมความเตรียมซ้อมเข้าปะทะฝูงชนธรรมกาย

ข่าวด่วน ทหารม้าเริ่มขยับ มีข่าวความคลื่นไหวจากกองพันทหารม้าที่11 รักษาพระองค์ จ. สระบุรี หน่วยทหารม้าเตรียมความเตรียมซ้อมเข้าปะทะฝูงชนใน..ข่าว ล่าสุดวันนี้ที่สระบุรี. แจ้งต่อๆกันมาจากทหารระดับล่างๆ บอกนายออกคำสั่งให้เตรียมกำลังพลให้พร้อม แต่ยังไม่แจ้งว่าหน่วยกองกำลังพิเศษนี้จะไปทำภารกิจอะไร? ให้เตรียมตัวเพื่อรอแค่คำสั่ง. . .


"มาวัด"ชัวร์ๆครับ. ทหารบอกต่อ ให้ตำรวจเข้าไปเล่นบทเข้มๆดูลาดเลาสถานการณ์ไว้ก่อน ข่าวทางทหารรั่วออกมา นายระดับสูงสั่งสลายกลุ่มลูกศิษย์วัดธรรมกาย ทหารเตรียมความพร้อมจะตามไปสมทบช่วยตำรวจเข้าโอบล้อม. . . ในกรณีมีมวลชนลูกศิษยออกช่วยพระธัมมะชโยรัฐบาลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
แชร์ข้อมูลด้วยครับ !!!

ทำได้ตามใจ คือเผด็จการไทยแท้... โดย อ. ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ

ช่วงนี้ผมยุ่งมากๆไม่ค่อยได้เข้ามาทำรายการทาง ยูทูป. เลยข้อส่งข้อความ และเรื่องราว ที่จะพูดคุยกับพี่น้องคนไทย
เริ่มแรก ก็ขอบอกพี่น้อง ชาวไทยว่า. ประเทศไทยเรา มีสรรพสิ่งที่ประเทศอื่นโดยเฉพาะ ประเทศที่เจริญแล้ว เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น อเมริกาฯลฯเขามี. ไทยเรามีเหมือนเขาและอาจดีกว่าเขาด้วยซ้ำไป
แต่คนไทยค่อนประเทศ ยังยากจน และเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแต่กษัตริย์ไทย ยังครองแชมป์ กษัตริย์ร่ำรวยที่สุดในโลก รวย กว่า ควีน อลิซาเบท ของอังกฤษ. และรวยกว่าจักรพรรดิ์ ของญี่ปุ่น และ รวยกว่า กษัตริย์ประเทศอื่นๆในโลก 
น่าแปลกใจไหมครับ? ท่านเคยสงสัยใหมครับ?

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สนับสนุน ให้อังกฤษเป็นสมาชิก EU ต่อไป. แต่ประชาชนลงประชามติให้อังกฤษออกจาก EU. ชนะฝ่ายนายกรัฐมนตรี แบบเฉียดฉิว. และก่อนลงประชามติอังกฤษมีเสรีภาพเต็มที่ ในการรณนรงค์ และเเสดงความเห็น เมื่อ ฝ่ายสนับสนุนให้อยู่ต่อกับ EU คือฝ่าย นายกรัฐมนตรี แพ้ ประชามติ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมาประกาศเคารพการตัดสินใจของประชาชน. และแสดงสปิริต ด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี. 
แต่ นายกรัฐมนตรี ปัจจุบันในประเทศไทย(ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย) ประกาศ ถึงแม้ประชามติ รัฐธรรมนูญแพ้ ก็จะไม่ลาออก
น่าแปลกใจไหมครับ ?
ท่าเคยสงสัยไหมครับ? กษัตริย์ิอังกฤษ (ควีน อลิซาเบท)ก็ไม่ได้ร่ำรวย แต่นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีสปีริต ลาออก เมื่อแพ้ประชามติ.
กษัตริย์ไทย ร่ำรวยที่สุดในโลก นายกรัฐมนตรีในประเทศไทย มีความหน้าด้านรีบออกมาประกาศโชว์ความหน้าด้าน ว่าแพ้ประชามติก็ไม่ลาออก
ท่าน จะอธิบายเรื่องราวในประเทศไทย ขณะนี้ อย่างไร?

คือเรื่อง กษัตริย์ไทย รวยที่สุดในโลกแต่ประชาชนยากจนติดอันดับโลก
เรื่อง นายกรัฐมนตรีในประเทศไทยประกาศว่า ถึงแพ้ประชามติก็ไม่ลาออก
เรื่องตามไล่จับเอาคนที่รณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูณเข้าคุก.
ช่วยกันเข้ามาอธิบายกันหน่อยครับ. ผมขอความรู้หน่อย. 

ขอบคุณครับ
หลวงตา ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ

Tuesday, June 28, 2016

ชาวบ้านในมณฑลกวางตุ้ง ลุกขึ้นประท้วงทางการ เหตุจับกุมผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้ง. #ประชาธิปไตย# ประเทศจีน#ประท้วง

ชาวบ้านในมณฑลกวางตุ้ง ลุกขึ้นประท้วงทางการ เหตุจับกุมผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้ง. #ประชาธิปไตย# ประเทศจีน#ประท้วง https://www.facebook.com/BBCThai/videos/1789480371272995/



Monday, June 27, 2016

อ ชูพงศ์ ถี่ถ้วน 25 มิถุนายน 2559 ตอน เรื่องร้ายในเมืองไทย คณะราษฎรทิ้งไว้ให้ จริงหรือ?

  ชูพงศ์ ถี่ถ้วน 25 มิถุนายน 2559 ตอน เรื่องร้ายในเมืองไทย คณะราษฎรทิ้งไว้ให้ จริงหรือ?

https://youtu.be/RaNTBrL1V6s

https://youtu.be/RpfmDgo6GE8

https://youtu.be/Ys1hVa-UCI8

 

****************************

หากท่านคิดดี หวังดี และมั่นใจในความดีของท่าน ขอให้ปาวารณาตัว ร่วมเป็นมดแดงล้มช้าง ได้ที่

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

 

หากลิ้งค์ข้างบนถูกบล็อก ให้ส่งรายละเอียดไปที่ 4everche@gmail.com โดยระบุ 1. ชื่อ (จัดตั้งหรือชื่อกลุ่ม)  2. จำนวนสมาชิกในเครือข่าย 3. จังหวัดและอำเภอ  4. อีเมล์  5. ไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์  6. อาชีพของท่านหรือสมาชิก


https://youtu.be/Ys1hVa-UCI8

Thursday, June 23, 2016

ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑ เมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คนไทย ควรเปิดฟังทุกวัน

ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑ เมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คนไทย ควรเปิดฟังทุกวัน

พระเจ้าสร้างโลก (ภาคพิสดาร)

กวีนิรนาม???


ใครนะ ช่างแต่ง ตลกน้ำตาซึม ช่างกระแนะกระแหนความเป็นจริงในบ้านเมืองเรา

พระเจ้าสร้างโลก (ภาคพิสดาร)
🌍🌎🌏🌍🌎🌏🌍🌎

เมื่อกาลก่อน โบราณ ตำนานเล่า
ถึงเรื่องราว เก่าก่อน ตอนสร้างโลก
เป็นนิทาน ขานไข ไปสุดโตก
เป็นเรื่องโจ๊ก เล่าสนุก ให้สุขใจ

พระเจ้าเรียก ประชุม กลุ่มเทวา
มาปรึกษา หารือ เรื่องงานใหญ่
จะสร้างโลก เลิศหรู ดูกว้างไกล
ให้สดใส สวยล้ำ ฉ่ำชีวัน

ให้มีคน มีสัตว์ มีต้นไม้  
จัดแบ่งไว้ เป็นประเทศ ขอบเขตขัณฑ์
มอบสิ่งดี ให้สิ่งแย่ ไม่แพ้กัน
แบ่งจัดสรร บริสุทธิ์ ยุติธรรม 

พระเจ้ามี ถุงวิเศษ อยู่สองถุง
ถุงหนึ่งมี แต่สิ่งดี ที่เลิศล้ำ
อีกถุงมี แต่สิ่งแย่ ให้ระกำ
จึงรีบนำ สะพายบ่า พาบินไป

ถึงอเมริกา ให้น้ำตก ไนเเองการ่า
เทือกเขาคว้า ร็อกกี้ นี้ไปให้
แต่ก็ใส่ อริโซน่า ทะเลทราย
ต่อแถมท้าย ด้วยพายุ ทอร์นาโด

ครั้นมาถึง บราซิล ถิ่นแซมบ้า
เลือกให้ป่า อเมซอน ก่อนตามโผ
เขียวขจี  มีต้นไม้ สัตว์ใหญ่โต
แต่พิโธ ให้ไข้ป่า มาคุกคาม

ถึงตะวัน ออกกลาง สร้างแห้งแล้ง
แดดร้อนแรง ทะเลทราย มีล้นหลาม
แต่ก็ใส่ บ่อน้ำมัน มากล้นตาม
ไม่ครั่นคร้าม พอได้ช่วย ร่ำรวยไป

ถึงญี่ปุ่น เลือกให้มี ภัยพิบัติ
ท่านเลยจัด ให้มี แผ่นดินไหว
ทั้งหิมะ สินามิ ภูเขาไฟ
แต่ก็ให้ คนมีใจ วินัยดี

พระเจ้าให้ แบ่งปัน ไปจนครบ
แต่กลับพบ ยังขาดไป ให้ด่วนจี๋
รีบเดินทาง ไปจัดการ ในทันที
คือขวานทอง ไทยนี้ ที่ลืมไป

จึงเหาะเหิน เร่งเดินทาง หว่างขุนเขา
ผ่านเลยเข้า สู่เทือกเขา หิมาลัย
เป็นชะง่อน ผาซับซ้อน ยอกย้อนไกล
เฉี่ยวไถล ถุงของดี จนมีรู

ทำให้ของ ดีตกไป ให้ไทยหมด
ความสวยสด วัฒนธรรม ธรรมชาติหรู
ความอุดม สมบูรณ์ พูนพรั่งพรู
กว่าจะรู้ ก็สายไป ให้กังวล

ครั้นจะใส่ ภัยธรรมชาติ ดังคาดหวัง
แต่แย่จัง ให้ไปหมด จนสับสน
ในที่สุด คิดขึ้นได้ ไร้กังวล
ส่งเอาคน สันดานชั่ว ตัวทำลาย

ให้มันคอย กอบกินโกย ขโมยชาติ
แพร่ระบาด เป็นชาติชั่ว ตัวฉิบหาย
ถ่วงให้ไทย ไม่เจริญ เกินบรรยาย
ไทยจึงได้ เป็นอย่างเห็น เช่นทุกวัน.....!!!!!!!!!!!

NDM ยืนยันไม่ประกันตัว แม้จะถูกแจ้งข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ตามเจตจำนงค์เดิม ของขบวนการ

NDM ยืนยันไม่ประกันตัว แม้จะถูกแจ้งข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ตามเจตจำนงค์เดิม ของขบวนการ

/////////////

ล่าสุด NDM ประชุมกับทนายว่าจะทำอย่างไร จะประกันตัวหรือไม่ เพราะทราบว่ามีการแจ้งข้อหาแน่ โดยนายรังสิมันต์ โรม ยืนยันว่าจะไม่ประกันตัว เนื่องจาก จะไม่เสียเงินประกันเพื่อให้ได้เสรีภาพที่ถูกพรากไปโดยไม่ได้ทำอะไรผิด
 —  ที่ สถานีตำรวจภูธรบางเสาธง



ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน Universal Declaration of Human Rights



ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
Universal Declaration of Human Rights


คำปรารภ

ด้วยเหตุที่การยอมรับศักดิ์ศรีประจำตัว และสิทธิซึ่งเสมอกันและไม่อาจโอนแก่กันได้ ของสมาชิกทั้งปวงแห่งครอบครัวมนุษย์เป็นรากฐานของเสรีภาพ ความยุติธรรม และสันติภาพในพิภพ
ด้วยเหตุที่การเมินเฉย และดูหมิ่นเหยียดหยามสิทธิมนุษยชนได้ก่อให้เกิดการอันป่าเถื่อนโหดร้ายทารุณ ซึ่งได้กระทบกระเทือนมโนธรรมของมนุษยชาติอย่างรุนแรง และโดยเหตุที่ได้มีการประกาศปณิธานอันสูงสุดของสามัญชนว่าถึงวาระแห่งโลกแล้วที่มนุษย์จะมีเสรีภาพในการพูดและในความเชื่อถือ รวมทั้งมีเสรีภาพจากความกลัวและความต้องการ
ด้วยเหตุที่เป็นสิ่งจำเป็นสิทธิมนุษยชนควรได้รับความคุ้มครองโดยหลักนิติธรรม ถ้าไม่พึงประสงค์ให้มนุษย์ต้องถูกบีบบังคับให้หาทางออก โดยการกบฏต่อทรราชและการกดขี่อันเป็นที่พึ่งแห่งสุดท้าย
ด้วยเหตุที่ประดาประชาชนแห่งสหประชาชาติได้ยืนยันไว้ในกฎบัตรถึงความเชื่อมั่นในสิทธิมนุษย์ชนขั้นพื้นฐานในศักดิ์ศรีและคุณค่าของตัวบุคคล และในความเสมอกันแห่งสิทธิของ ทั้งชายและหญิง และได้ตัดสินใจที่จะส่งเสริมความก้าวหน้าทางสังคมตลอดจนมาตรฐานแห่งชาติให้ดีขึ้น ได้มีเสรีภาพมากขึ้น
ด้วยเหตุที่รัฐสมาชิกได้ปฏิญาณที่จะให้ได้มา โดยร่วมมือกับสหประชาชาติ ซึ่งการส่งเสริมการเคารพและการถือปฏิบัติโดยสากลต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
ด้วยเหตุที่ความเข้าใจตรงกันในเรื่องสิทธิและเสรีภาพมีความสำคัญยิ่งเพื่อให้ปฏิญาณนี้เกิดสัมฤทธิผลอย่างเต็มเปี่ยม
ดังนั้น บัดนี้
สมัชชาจึงประกาศให้
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนนี้เป็นมาตรฐานร่วมกันแห่งความสำเร็จ สำหรับประชาชนทั้งหลายและประชาชาติทั้งปวง ด้วยจุดประสงค์ที่จะให้ปัจเจกบุคคลทุกผู้ทุกนามและองค์กรของสังคมทุกหน่วย โดยการระลึกเสมอ ๆ ถึงปฏิญญานี้ พยายามสั่งสอนและให้การสอนและให้การศึกษาเพื่อส่งเสริมการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพเหล่านี้ และด้วยมาตรฐานที่เจริญก้าวหน้าไปข้างหน้า ทั้งในและระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับและการถือปฏิบัติต่อสิทธิเหล่านั้นสากลและได้ผลทั้งในหมู่ประชาชนของรัฐสมาชิกเอง และในหมู่ประชาชนแห่งดินแดนที่อยู่ภายใต้ดุลอาณาของรัฐสมาชิกดังกล่าว


ข้อ 1
มนุษย์ทั้งหลายเกิดมาอิสระเสรี และเท่าเทียมกันทั้งศักดิ์ศรีและสิทธิ ทุกคนได้รับการประสิทธิประสาทเหตุผล และมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันอย่างฉันพี่น้อง


ข้อ 2
บุคคลชอบที่จะมีสิทธิและเสรีภาพประดาที่ระบุไว้ในปฏิญญานี้ ทั้งนี้โดยไม่มีการจำแนกความแตกต่างในเรื่องใด ๆ เช่น เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมืองหรือทางอื่นใด ชาติหรือสังคมอันเป็นที่มาเดิม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่นใด
นอกจากนี้การจำแนกข้อแตกต่างโดยอาศัยมูลฐานแห่งสถานะทางการเมืองทางดุลอาณาหรือทางเรื่องระหว่างประเทศของประเทศ หรือดินแดนซึ่งบุคคลสังกัดจะทำมิได้ ทั้งนี้ไม่ว่าดินแดนดังกล่าวจะเป็นเอกราชอยู่ในความพิทักษ์มิได้ปกครองตนเองหรืออยู่ภายใต้การจำกัดแห่งอธิปไตยอื่นใด


ข้อ 3
บุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิตในเสรีธรรมและในความมั่นคงแห่งร่างกาย


ข้อ 4
บุคคลใดจะถูกบังคับให้เป็นทาส หรืออยู่ในภาวะจำยอมใด ๆ มิได้ การเป็นทาสและการค้าทาสจะมีไม่ได้ในทุกรูปแบบ


ข้อ 5
บุคคลใดจะถูกทรมาน หรือได้รับการปฏิบัติ หรือลงทัณฑ์ซึ่งทารุณโหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือหยามเกียรติมิได้


ข้อ 6
ทุก ๆ คนมีสิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลในกฎหมายไม่ว่า ณ ที่ใด


ข้อ 7
ทุก ๆ คนต่างเสมอกันในกฎหมายและชอบที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใด ๆ ทุก ๆ คนชอบที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเสมอหน้าจากการเลือกปฏิบัติใด ๆ อันเป็นการล่วงละเมิดปฏิญญานี้ และต่อการยุยงส่งเสริมให้เกิดการเลือกปฏิบัติเช่นนั้น


ข้อ 8
บุคคลมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาอย่างได้ผลโดยผลศาลแห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจเนื่องจากการกระทำใด ๆ อันละเมิดต่อสิทธิขั้นมูลฐาน ซึ่งตนได้รับจากรัฐธรรมนูญหรือจากกฎหมาย


ข้อ 9
บุคคลใดจะถูกจับ กักขัง หรือเนรเทศโดยพลการมิได้


ข้อ 10
บุคคลชอบที่จะเท่าเทียมกันอย่างบริบรูณ์ในอันที่จะได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมและเปิดเผยโดยศาลซึ่งเป็นอิสระและไร้อคติ ในการวินิจฉัยชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ ตลอดจนข้อที่ตนถูกกล่าวหาใด ๆ ทางอาญา


ข้อ 11
1. บุคคลซึ่งถูกกล่าวหาด้วยความผิดทางอาญา สิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่า
บริสุทธิ์จนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่ามีความผิดตามกฎหมายในการพิจารณาโดยเปิดเผย ณ ที่ซึ่งตนได้หลักประกันทั้งหมดที่จำเป็นในการต่อสู้คดี
2. บุคคลใดจะถูกถือว่ามีความผิดอันมีโทษทางอาญาใด ๆ ด้วยเหตุผลที่ตนได้กระทำหรือ
เว้นการกระทำการใด ๆ ซึ่งกฎหมายของประเทศหรือกฎหมายระหว่างประเทศ ในขณะที่มีการกระทำนั้นมิได้ระบุว่าเป็นความผิดทางอาญามิได้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่ใช้อยู่ในขณะที่การกระทำความผิดทางอาญานั้นเกิดขึ้นมิได้


ข้อ 12
การเข้าไปแทรกสอดโดยพลการในกิจส่วนตัว ครอบครัว เคหสถาน การส่งข่าวสารตลอดจนการโจมตีต่อเกียรติยศและชื่อเสียงของบุคคลนั้นจะทำมิได้ ทุก ๆ คนมีสิทธิจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจากการสอดแทรกและโจมตีดังกล่าว


ข้อ 13
1. บุคคลมีสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการเคลื่อนย้าย และในถิ่นที่อยู่ภายในขอบเขตดินแดนของแต่ละรัฐ
2. บุคคลมีสิทธิที่จะเดินทางออกจากประเทศใด ๆ รวมทั้งของตนเองและที่จะกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอน


ข้อ 14
1. บุคคลมีสิทธิที่จะแสวงหาและพักพิงในประเทศอื่น ๆ เพื่อลี้ภัยจากการกดขี่ข่มเหง
2. สิทธินี้จะกล่าวอ้างมิได้ในกรณีการฟ้องคดี ซึ่งโดยความจริงเกิดจากความผิดที่ไม่ใช่เรื่อง การเมือง หรือจากการกระทำที่ขัดต่อความมุ่งประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ


ข้อ 15
1. บุคคลมีสิทธิในการถือสัญชาติ
2. การถอนสัญชาติโดยพลการ หรือการปฏิเสธที่จะเปลี่ยนสัญชาติของบุคคลใดนั้นจะ กระทำมิได้


ข้อ 16
1. ชายและหญิงเมื่อเจริญวัยบริบูรณ์แล้ว มีสิทธิที่จะสมรสและที่จะสร้างครอบครัวโดยไม่มี การจำกัดใด ๆ เนื่องจากเชื้อชาติ สัญชาติ หรือศาสนา บุคคลชอบที่จะมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องการสมรส ในระหว่างการสมรสและในการขาดจากการสมรส
2. การสมรสจะกระทำได้ก็โดยการยินยอมอย่างเสรี และเต็มใจของคู่บ่าวสาวผู้ตั้งใจจะ กระทำการสมรส
3. ครอบครัว คือ กลุ่มซึ่งเป็นหน่วยธรรมชาติและพื้นฐานของสังคมและชอบที่จะได้รับการ คุ้มครองโดยสังคมและรัฐ


ข้อ 17
1. บุคคลมีสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินโดยลำพังตนเอง และโดยการร่วมกับผู้อื่น
2. การยึดเอาทรัพย์สินของบุคคลใดไปเสียโดยพลการกระทำมิได้


ข้อ 18
บุคคลมีสิทธิในเสรีภาพแห่งความคิด มโนธรรม และศาสนา สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะเปลี่ยนศาสนา หรือความเชื่อถือ และเสรีภาพ ที่จะแสดงให้ศาสนาหรือความเชื่อถือประจักษ์ในรูปของการสั่งสอน การปฏิบัติกิจความเคารพสักการะบูชา สวดมนต์ และการถือปฏิบัติพิธีกรรม ไม่ว่าโดยลำพังตนเอง หรือร่วมกับผู้อื่นในประชาคมในที่สาธารณะหรือส่วนตัว


ข้อ 19
บุคคลมีสิทธิในเสรีภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะยึดมั่นในความเห็นปราศจากการสอดแทรกและที่แสวงหารับตลอดจนแจ้งข่าว รวมทั้งความคิดเห็นผ่านสื่อ ใด ๆ และโดยมิต้องคำนึงถึงเขตแดน


ข้อ 20
1. บุคคลมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการชุมนุม และการสมาคมโดยสงบ
2. การบังคับให้บุคคลเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมจะทำมิได้


ข้อ 21
1. บุคคลมีสิทธิที่จะเข้าร่วมในรัฐบาลแห่งประเทศของตน ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยผู้แทนซึ่ง ผ่านการเลือกอย่างเสรี
2. บุคคลมีสิทธิเข้าถึงเท่ากันในบริการสาธารณะในประเทศของตน
3. เจตจำนงของประชาชนจะเป็นฐานแห่งอำนาจของรัฐบาล เจตจำนงนี้จะแสดงออกโดย การเลือกตั้งเป็นครั้งเป็นคราวอย่างแท้จริง ด้วยการให้สิทธิออกเสียงอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันและโดยการลงคะแนนลับหรือวิธีการลงคะแนนอย่างเสรี


ข้อ 22
ในฐานะสมาชิกของสังคมด้วยความเพียรพยายามของชาติตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศและโดยการสอดคล้องกับการระเบียบและทรัพยากรของแต่ละรัฐ บุคคลมีสิทธิในความมั่นคงทางสังคมและชอบที่จะได้รับผลแห่งสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมซึ่งจำเป็นต่อศักดิ์ศรีและการพัฒนาบุคลิกภาพอย่างเสรีของตน


ข้อ 23
1. บุคคลมีสิทธิที่จะทำงาน ที่จะเลือกงานอย่างเสรี ที่จะมีสภาวะการทำงานที่ยุติธรรมและพอใจ และที่จะได้รับความคุ้มครองจากการว่างงาน
2. บุคคลมีสิทธิในการรับค่าตอบแทนเท่ากันสำหรับการทำงานที่เท่ากัน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติใด ๆ
3. บุคคลผู้ทำงานมีสิทธิในรายได้ซึ่งยุติธรรม และเอื้อประโยชน์เพื่อเป็นประกันสำหรับตน เองและครอบครัวให้การดำรงชีวิตมีค่าควรแก่ศักดิ์ศรีของมนุษย์ และถ้าจำเป็นก็ชอบที่จะได้รับความคุ้มครองทางสังคมอื่น ๆ เพิ่มเติม
4. บุคคลมีสิทธิที่จะก่อตั้งและเข้าร่วมกับสภาพแรงงานเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของตน


ข้อ 24
บุคคลมีสิทธิในการพักผ่อนและเวลาว่าง รวมทั้งการจำกัดเวลาทำงานที่ชอบด้วยเหตุผลและมีวันหยุดครั้งคราวที่ได้รับค่าตอบแทน


ข้อ 25
1. บุคคลมีสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอสำหรับสุขภาพ และความอยู่ดีของตน และครอบครัวรวมทั้งอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล และบริการสังคมที่จำเป็น และสิทธิในความมั่นคงในกรณีว่างงาน เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เป็นหม้าย วัยชรา หรือการขาดปัจจัยในการเลี้ยงชีพอื่นใดในพฤติการณ์อันเกิดจากที่ตนจะควบคุมได้
2. มารดาและบุตรชอบที่จะได้รับการดูแลและความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เด็กทั้งหลายไม่ว่า จะเป็นบุตรในหรือนอกสมรสย่อมได้รับการคุ้มครองทางสังคมเช่นเดียวกัน


ข้อ 26
1. บุคคลมีสิทธิในการศึกษาการศึกษาจะเป็นสิ่งที่ให้เปล่าโดยไม่คิดมูลค่า อย่างน้อยสุดใน ขั้นประถมศึกษาและขั้นพื้นฐาน ขั้นประถมศึกษาให้เป็นการศึกษาภาคบังคับ ขั้นเทคนิค และขั้นประกอบอาชีพเป็นการศึกษาจะต้องจัดมีขึ้นโดยทั่ว ๆ ไป และขั้นสูงเป็นขั้นที่จะเปิดให้ทุกคนเท่ากันตามความสามารถ
2. การศึกษาจะมุ่งไปในทางพัฒนาบุคลิกภาพของมนุษย์อย่างเต็มที่ และเพื่อเสริมพลังการ เคารพต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นมูลฐานให้แข็งแกร่ง ทั้งจะมุ่งเสริมความเข้าใจ ขันติและมิตรภาพในระหว่างประชาชาติ กลุ่มเชื้อชาติ หรือกลุ่มศาสนา และจะมุ่งขยายกิจกรรมของสหประชาชาติเพื่อธำรงสันติภาพ
3. ผู้ปกครองมีสิทธิก่อนผู้อื่นที่จะเลือกชนิดของการศึกษาสำหรับบุตรหลานของตน


ข้อ 27
1. บุคคลมีสิทธิที่จะเข้าร่วมใช้ชีวิตทางด้านวัฒนธรรมในประชาคมอย่างเสรี ที่จะพึงใจใน ศิลปะและมีส่วนในความคืบหน้าและผลประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์
2. บุคคลมีสิทธิในการรับความคุ้มครองประโยชน์ทางด้านศีลธรรมและทางวัตถุอันเป็นผล ได้จากการประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ วรรณกรรม และศิลปะซึ่งตนเป็นเจ้าของ


ข้อ 28
บุคคลชอบที่จะได้รับประโยชน์จากระเบียบสังคมและระหว่างประเทศอันจะอำนวยให้การใช้สิทธิและเสรีภาพบรรดาที่ได้ระบุในปฏิญญานี้ทำได้อย่างเต็มที่


ข้อ 29
1. บุคคลมีหน้าที่ต่อประชาคมอันเป็นที่เดียวซึ่งบุคลิกภาพของตนจะพัฒนาได้อย่างเสรีและ เต็มความสามารถ
2. ในการใช้สิทธิและเสรีภาพ บุคคลต้องอยู่ภายใต้เพียงเช่นที่จำกัดโดยกำหนดแห่งกฎหมาย เฉพาะ เพื่อความมุ่งประสงค์ให้ได้มาซึ่งการยอมรับและการเคารพโดยชอบสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดอันยุติธรรมของศีลธรรม ความสงบเรียบร้อยของประชาชาติและสวัสดิการโดยทั่ว ๆ ไปในสังคมประชาธิปไตย
3. สิทธิและอิสรภาพเหล่านี้ มิว่าจะด้วยกรณีใดจะใช้ให้ขัดกับความมุ่งประสงค์และหลักการ ของสหประชาชาติไม่ได้


ข้อ 30
ข้อความต่าง ๆ ตามปฏิญญานี้ไม่เปิดช่องที่จะแปลความได้ว่าให้สิทธิใด ๆ แก่รัฐ กลุ่มชนหรือบุคคลใด ๆ ที่จะประกอบกิจกรรม หรือกระทำการใด ๆ อันมุ่งต่อการทำลายสิทธิและเสรีภาพใด ๆ บรรดาที่ได้ระบุไว้ในบทบัญญัติฉบับนี้ 




Wednesday, June 22, 2016

เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? เมื่อ UN เลิกเกรงใจเจ้า ท้วง คสช.​เรื่อง 112 ขัดสิทธิมนุษยชน

UN. ข้องใจ 'กม.112' – ซักรบ.ทหารไทย 8 ข้อ

by Sathit M.22 มิถุนายน 2559 เวลา 11:56 น.

สหประชาชาติกังขากม.หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่งจดหมายซักยิบรบ.ไทย มาตรา 112 สอดรับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนไหม ใช้แล้วรักษาความมั่นคงของรัฐอย่างไร ทำไมไม่ให้ประกัน และจะยกเลิก-แก้ไขหรือไม่

 ในวันพุธที่ 22 มิถุนายน เฟซบุ๊กของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชีย แจ้งข่าวว่า เมื่อ 27 พฤษภาคม คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯได้เปิดเผยจดหมายที่ส่งถึงรัฐบาลไทย ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559

จดหมายฉบับนี้แนบอยู่ในรายงานของกลไกพิเศษของสหประชาชาติ การเผยแพร่มีขึ้นก่อนหน้าการประชุมสมัยที่ 32 ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (13 มิถุนายน-1 กรกฎาคม)

 ในจดหมายซึ่งมีความยาว 17 หน้า ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ระบุถึงกรณีการบังคับใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ในการสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา ควบคุมตัว และตัดสินลงโทษประชาชน 26 คน ในจำนวนนี้มีผู้ต้องหา 15 คนถูกไต่สวนในศาลทหาร

 จดหมายซึ่งลงนามโดยผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่างๆของยูเอ็น เช่น สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุม การควบคุมตัวตามอำเภอใจ สวัสดิภาพของนักสิทธิมนุษยชน และความเป็นอิสระของผู้พิพากษา ได้ตั้งข้อซักถามให้รัฐบาลไทยตอบข้อสงสัย รวม 8 ข้อ มีใจความโดยสรุปดังนี้

 1. ขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับการตั้งข้อหา และกระบวนการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของผู้ต้องสงสัยทั้ง 26 คน

 2. ขอคำอธิบายว่า คดีเหล่านี้สอดคล้องกับมาตรฐานของนานาชาติในเรื่องสิทธิมนุษยชนตรงไหน เหตุใดจึงไต่สวนเป็นการลับ การปิดห้องพิจารณาคดีเช่นนี้สอดคล้องกับหลักสิทธิในการได้รับการไต่สวนอย่างเป็นธรรมอย่างไร

 3. ขอทราบตรรกเหตุผลของการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในการรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร กฎหมายข้อนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับการรักษาความอยู่รอดของประเทศ หรือการปกป้องดินแดนจากการใช้กำลัง

4. ขอทราบเหตุผลทางกฎหมาย ที่ไม่อนุญาตการประกันตัวของผู้ต้องสงสัย รวมถึงกรณีผู้ป่วยหนัก การไม่ให้ประกันเช่นนี้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศอย่างไร

 5. ขอทราบว่า ผู้ต้องสงสัย 3 คนที่ถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 84 วัน จนกระทั่งศาลปล่อยตัวเนื่องจากครบกำหนดเวลาฝากขังนั้น จะได้รับการเยียวยาอย่างไร

 6. ขอคำอธิบายว่า คนที่ถูกศาลทหารตัดสินว่ามีความผิดเมื่อคราวประกาศใช้กฎอัยการศึก สามารถอุทธรณ์คดีได้หรือไม่ ในเมื่อกฎอัยการศึกได้ยกเลิกไปแล้ว

 7. ตามที่รัฐบาลไทยได้ตอบข้อร้องเรียนเมื่อ 10 ธันวาคม 2557 ว่า การบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก นั้น ขอคำอธิบายเพิ่มเติม

8. ขอทราบว่า รัฐบาลไทยจะยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 และกฎหมายคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 หรือไม่ อย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนของนานาชาติ

 ในตอนท้าย จดหมายขอให้ส่งสำเนาหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีกลาโหม.

 

Source: UN OHCHR

File Photo:  AFP


อายัด 169 ศพนิรนาม ฝัง 3 วัด! คลี่ปม ’51 นปช.’ หาย

อายัด169ศพนิรนาม ฝัง 3 วัด! คลี่ปม'51นปช.'หาย โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2554 05:45 48,573 ครั้ง 'เพรียวพันธ์' สั่งเทียบดีเอ็นเอ เจ้าอาวาสยืน

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/195157







ดร. เพียงดิน รักไทย 22 มิถุนายน 2559: "ได้เวลาลุยแล้ว จงอย่าเสียเวลากับเรื่องไร้แก่นสาร"

ดร. เพียงดิน รักไทย 22 มิถุนายน  2559: "ได้เวลาลุยแล้ว จงอย่าเสียเวลากับเรื่องไร้แก่นสาร"

https://youtu.be/bkNwqU_vmU0

https://youtu.be/thPt1g6hCDI

https://youtu.be/0T_6qwjgk54

 



*************

 

ดร. เพียงดิน รักไทย ตอน "วินาศกาเลฯ  ไดโนเสาร์ไทย หวังใช้ขวาพิฆาตซ้าย พิทักษ์ราชาธิปไตย"

 

https://youtu.be/L9gM6YQMgjU

https://youtu.be/JCopbPIx6ew

https://youtu.be/keIRu9jXjwE

https://youtu.be/hoNy3b-cB_k

 

---------------------


.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน: ลูกกษัตริย์ถูกอำมาตย์คุม-เตรียมปลุกนักฆ่า-และคสช. วางเกมอยู่ยาว June 20, 2010

https://youtu.be/dqzP28Athfo

https://youtu.be/4H3bzIRIpls

https://youtu.be/9xynIKVO-wM


***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง  ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดรเพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน




Tuesday, June 21, 2016

เปิดพื้นที่ปลอดภัยในต่างแดน เพื่อ "สร้างสันติภาพ" ในสังคมไทย โดย จอม เพชรประดับ

เปิดพื้นที่ปลอดภัยในต่างแดน เพื่อ "สร้างสันติภาพ"
ในสังคมไทย

จากการที่ได้ติดตามงาน สัมมนาวิชาการ "ทหารกับการลงประชามติ" ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยบอนน์ เยอรมัน เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา จัดโดย ภาควิชาเอเชียจะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยบอนน์ โดยมีการเชิญ กลุ่มคนไทยผู้รักประชาธิปไตย คนเสื้อแดงที่ทำกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านเผด็จการทหารในต่างประเทศ ( ส่วนใหญ่ในเยอรมันและประเทศใกล้เคียง) นักวิชาการไทย และต่างประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนาเกือบ 200 คน ผมถือว่าเป็นงานใหญ่มากสำหรับการจัดงานวิชาการของกลุ่มคนไทยผู้รักประชาธิปไตยในต่างประเทศ 
ใหญ่ทั้งในแง่ประเด็นของการพูดคุยทางเชิงวิชาการ และใหญ่ในการจัดกิจกรรมเดินขบวนรณรงค์ เรียกได้ว่า ตั้งแต่มีการทำรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา นี่น่าจะเป็นการ จัดงานระหว่างคนไทยในต่างประเทศกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ในมุมของผมที่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มากเช่นกันอีกอย่าง นั่นก็คือ การที่ กลุ่ม กปปส.(ฝ่ายสนับสนุนเผด็จการ) ในเยอรมัน เข้าร่วมพบปะพูดคุยด้วย(ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ) แม้จะด้วยอากัปกริยาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรในตอนแรก แต่เมื่อมีโอกาสพูดคุยในบรรยากาศที่เป็นวิชาการ ทำให้ได้รับรู้หลักคิด เหตุผล ในการสนับสนุนรัฐประหาร และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ของพวกเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผม อยากฟังอย่างมาก เพราะมีโอกาสน้อยมาก ที่จะได้รู้รับในบรรยากาศที่เป็นวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมี คนกลาง (Moderator) อย่างมหาวิทยาลัยบอนน์ สถาบันการศึกษาต่างประเทศ เป็นผู้ประสาน เพราะทำให้การพูดคุยของแต่ละฝ่าย มีน้ำหนัก มีเหตุผลที่น่ารับฟังมากยิ่งขึ้น
ต้องยอมรับว่า การจะพูดคุยในประเด็นเหล่านี้ในเมืองไทย ไม่สามารถทำได้ การจะรับรู้ รับทราบถึงเหตุผลของแต่ละฝ่าย ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายที่สนับสนุนเผด็จการในบรรยากาศที่ไม่มีใครได้เปรียบเหนือใคร ในพื้นที่สื่อสาธารณะในประเทศไทย เรียกว่าเกือบจะไม่มีเลย
เพราะเมื่อ รัฐบาลเผด็จการคุมประเทศ บรรยากาศจึงเอื้อให้ฝ่าย สนับสนุนเผด็จการทหารมากกว่า แม้สื่อสาธารณะในประเทศจะเปิดพื้นที่ให้พูดคุยอย่างอิสระ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีความเป็นอิสระ และไม่รู้สึกปลอดภัยสำหรับฝ่ายประชาธิปไตยเลย 
โดยเฉพาะฝ่ายที่สนับสนุนเผด็จการ และปกป้องสถาบันกษัตริย์ ใช้สื่อของตัวเองในการให้ข้อมูลด้านเดียว จนไม่อาจจะให้น้ำหนัก ยอมรับเหตุผล หลักคิดที่นำเสนอออกมาได้
การจัดงานที่มหาวิทยาลัยบอนน์ เป็นเพียงการเปิดพื้นที่ให้กับฝ่ายประชาธิปไตยเป็นหลัก ทำให้ฝ่าย กปปส. ซึ่งสนับสนุนเผด็จการทหาร ไม่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการตั้งแต่แรก พวกเขาจึงกลายเป็นคนนอกในเวทีนี้ สำหรับผม ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง 
เพราะว่าไปแล้ว หลักการเหตุผล มุมมองความคิดความเชื่อเกี่ยวกับการต่อต้านเผด็จการ และการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ของฝ่ายประชาธิปไตย ผมรับรู้ รับทราบกันมาแล้วโดยตลอด 
ผมอยากรู้ว่า ข้อสงสัยอีกฝ่ายที่ว่าทำไมถึงต้องปกป้องสถาบันกษัตริย์ในยามที่สถาบันกษัตริย์อ่อนแอ และมีปัญหาอย่างมาก จนเกือบจะไม่สามารถที่หวังของพลเมืองไทยได้อีกต่อไป ผมอยากรู้ว่าหลักคิดในเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นกระแสหลักของโลกยุคใหม่ กลุ่ม กปปส.คิดกันอย่างไร ผมถึงอยากฟังการอภิปราย โต้เถียง ด้วยเหตุผลของทั้งสองฝ่าย ในบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมที่ไม่มีฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งรู้สึกได้เปรียบเสียเปรียบ
ผมจึงขอเสนอ ภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยลัยบอนน์ หรือ มหาวิทยาลัยไหนก็ได้ ในโลกใบนี้ ที่มีภาควิชาศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดเวทีเสวนา ที่เชิญทั้งฝ่ายที่สนับสนุนเผด็จการ และฝ่ายต่อต้านเผด็จการในประเทศไทย มาร่วมพูดคุยด้วยเหตุผล ด้วยหลักการ ในบรรยากาศที่ปลอดภัย และเป็นมิตรด้วยกันทั้งสองฝ่าย อาจจะเชิญวิทยากร หรือแกนนำแต่ละฝ่ายมาจากประเทศไทยด้วยก็ได้
ซึ่งผมเชื่อว่า จะทำให้การพูดคุยเสวนาสร้างความรู้ ความคิดใหม่ๆ และคงจะเข้าใจ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสีเสื้อ ความแตกต่างระหว่างคนสายเลือดเดียวกัน อยู่ในครอบครัวเดียว แต่อุดมการณ์ความคิด ความเชื่อ แตกต่างอย่างสุดขั้ว ชนิดที่เรียกว่าพร้อมที่จะจับอาวุธลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันได้ เป็นเพราะอะไร 
และผมเชือ่ว่า สุดท้ายแล้ว เรา(คนไทยทั้งสองขั้ว) คงมีหนทางที่จะอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งต้องเปลี่ยนใจไปร่วมกับอีกฝ่ายได้. 
สันติภาพ...จงเจริญครับ พี่น้องไทย 
21 มิย.59

Jom Petchpradab's photo.
Jom Petchpradab's photo.

จะตอแหลไปถึงไหน?? หลักฐานชัด คำพูดหมอพรทิพย์ ยืนยันว่า GT200 ใช้ได้จริง

https://youtu.be/Gk9c9X3kNSQ?t=1m31s

คนไทยในเครือข่ายเผด็จการวันนี้ หน้าด้าน หรือความจำสั้นกันแน่



ยูเอ็นที่จะให้การสนับสนุนไทยในการเตรียมความพร้อมเพื่อการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

ศูนย์ข่าวสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้เผยแพร่ข่าวหลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายบัน คีมุน เลขาธิการยูเอ็นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ผ่านแถลงการณ์ของโฆษกประจำตัวนายบันว่า เลขาธิการยูเอ็นได้ย้ำความพร้อมของยูเอ็นที่จะให้การสนับสนุนไทยในการเตรียมความพร้อมเพื่อการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย


ต่อกรณีที่มีรายงานเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นและการชุมนุมก่อนหน้าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า เลขาธิการยูเอ็นได้ย้ำถึงความจำเป็นของการมีเวทีที่เปิดกว้างและต้องให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุยเพื่อเป็นหลักประกันความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ และสร้างความปรองดองในชาติอย่างแท้จริง

Thailand: Junta Bans Referendum Monitoring Generals Gag Criticism of Draft Constitution

https://www.hrw.org/news/2016/06/21/thailand-junta-bans-referendum-monitoring

For Immediate Release:

Thailand: Junta Bans Referendum Monitoring 
Generals Gag Criticism of Draft Constitution 

(New York, June 21, 2016) – Thailand's junta has forcibly blocked opposition efforts to monitor the nationwide referendum on a new constitution scheduled for August 7, 2016, Human Rights Watch said today. Prime Minister Gen. Prayut Chan-ocha, who chairs the ruling National Council for Peace and Order (NCPO), indicated that anyone monitoring support for the referendum would be subject to arrest and trial before a military court.

Thailand's junta should immediately revoke its arbitrary restrictions on free expression, permit open discussion of the draft constitution, and ensure a fair referendum, Human Rights Watch said.

"The Thai junta is using threats and intimidation to bludgeon people into supporting a constitution that would prolong military rule," said Brad AdamsAsia director at Human Rights Watch. "The generals expect the Thai people to just shut up, obey their orders, and approve their draft constitution without any discussion or debate."

The government reacted strongly to a plan by the United Front for Democracy against Dictatorship (UDD), known as the "Red Shirts," to set up referendum monitoring centers throughout the country. On June 18, General Prayut told the media: "I insist that those [referendum monitoring] centers can't be opened. If they open, the authorities will arrest them [UDD members]. Gatherings of more than five persons are not allowed… Violation of the NCPO's order will not be tolerated."

The next day, police stormed the UDD headquarters in Bangkok and forced the cancellation of a ceremony to open the nationwide monitoring campaign, claiming that the event violated the junta's ban on political gatherings. Elsewhere across Thailand, police and soldiers shut down the UDD's referendum monitoring centers. Military officers summoned some local UDD leaders and ordered them not to engage in referendum monitoring activities or face charges before military courts. 

International human rights law protects the rights of Thai people to express publicly their views on the draft constitution and to vote freely, Human Rights Watch said. But the conditions for the upcoming referendum hinder fair public discussion. For many Thais the only source of information about the draft constitution comes from the junta-appointed Constitution Drafting Commission, the military, the Election Commission, and other government agencies – all of which have taken the position that the proposed constitution would benefit the Thai people. At the same time, the junta has refused to allow most seminars, conferences, and other public events that would encourage meaningful public discussion and debate about the draft constitution.

The NCPO has also actively suppressed the views of those who are openly critical of the draft constitution, Human Rights Watch said. On April 19, General Prayut said that opponents of the draft constitution "have no rights to say that they disagree… I don't allow anyone to debate or hold a press conference about the draft constitution. Yet they still disobey my orders. They will be arrested and jailed for 10 years. No one will be exempted when the Referendum Act becomes effective. Not even the media." 

On April 18, the authorities arrested Watana Muangsook, a prominent Pheu Thai party member and former government minister, for posting commentary on his Facebook page that he would reject the draft constitution. The election commissioner of Thailand, Somchai Srisuthiyakorn, said on June 9 that more than 20 anti-junta activists performing in a music video urging voters to reject the draft constitution might be arrested. On June 18, General Prayut told the media that he had ordered the authorities to consider taking legal action against anyone who wears T-shirts or posts Facebook messages saying that they reject the constitution.

The junta's intolerance for opposition to the draft constitution raises concerns of heightened repression prior to the referendum, Human Rights Watch said. Since the military coup in May 2014, the junta has broadly and arbitrarily interpreted peaceful criticism and dissenting opinion to be "false information" and a threat to national security.

Article 61 of the 2016 Referendum Act, which governs the referendum process, criminalizes "anyone who disseminates text, pictures or sounds that are inconsistent with the truth or in a violent, aggressive, rude, inciting or threatening manner aimed at preventing a voter from casting a ballot or vote in any direction or to not vote." Violators face imprisonment up to 10 years, fines up to 200,000 baht (US$5,600), and loss of voting rights for 10 years. On June 6, the Office of the Ombudsmen filed a case with the Constitutional Court to rule on whether this article violates the right to freedom of expression endorsed in the 2014 interim constitution. A decision is expected by mid-July. 

"The UN and Thailand's friends around the world should publicly make clear to Bangkok that they will only recognize a referendum that meets international standards," Adams said. "A free and fair referendum affecting Thailand's future can't be held when the rights of people to speak and exchange their views is suppressed."

For more Human Rights Watch reporting on Thailand, please visit:
www.hrw.org/asia/thailand

For more information, please contact:
In Bangkok, Sunai Phasuk (English and Thai): +66-81-632-3052 (mobile); or phasuks@hrw.org. Twitter: @SunaiBKK 
In San Francisco, Brad Adams (English): +1-347-463-3531(mobile); or adamsb@hrw.org. Twitter: @BradAdamsHRW
In Washington, DC, John Sifton (English): +1-646-479-2499(mobile); or siftonj@hrw.org. Twitter: @johnsifton