Monday, June 20, 2016

สาสน์จากเจ้าคุณเบอร์ลินถึงศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก

สาสน์จากเจ้าคุณเบอร์ลินถึงศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก

ตายเพื่อพระศาสนา ถือเป็น เกียรติยศเหนือเกียรติยศใด ๆ ของ พุทธบุตร : ท่านธัมมชโย ยอมตายคาผ้าเหลือง - เจ้าสัวบุญชัย ยอมตายคาผ้าขาว จะมีอะไรสุดประเสริฐไปกว่านี้อีกเล่า. 
------
- โพสต์นี้ ผมจะขออนุญาตมาแบบตรง ๆ เลยนะครับ อาจแรงกับคนกันเองบ้าง แต่ย้ำต่อหน้า "พระประธาน" ผมเจตนาบริสุทธิ์แท้ครับ.

- ขอเปิดหน้า เปิดใจ เล่นกันกับพวกบ้าสักโพสต์นะครับ.

- พวกนี้ จะมาใจดีกับมันเหมือนทุกครั้ง คงไม่ได้ผลหรอก ครับ นอกจากเลือกจังหวะดี ๆ แล้วใส่หนักๆ ไปเลย เพราะไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว คงไม่ต้องยั้งอะไร...

"เมื่อชักกระบี่ออกจากฝักแล้ว ไฉนยั้งไมตรี ต่อศัตรู".
------
- มาเปิดแผนเล่นกันซื่อ ๆ แลกหมัดกัน แบบนักเลงโบราณไปเลยดีกว่า เกมส์มันจะได้จบ ๆ ไปสักที

ไอ้ที่ผ่านมานานนะ.."เสียเวลาภาวนาหมด".

- ปล่อยให้ยืดเยื้อจนถึงฎีกา แบบมองไม่เห็นวันจบสักทีนั้น มันเสียเวลาดูบอลยุโรปไปเปล่า ๆ แถมทำเอาบรรดา..

"กองเชีย์เซ็งเป็ด" ครับ.
----
- ที่สำคัญผมอยากจะให้ฝ่ายมาร ที่มันชอบนึกกระหยิ่มตลอดมาว่า ..

"ตัวมันเองเท่านั้น
ที่ฉลาด เหนือคนอื่น 
มีคุณธรรมเหนือผู้คนทั้งแผ่นดิน 
รักบูชาพระธรรมวินัยอยู่คนเดียว
มีความเคร่งครัดกว่าสงฆ์ทั้งปวง
มีความเก่ง และแม่นพระวินัย
ถือกฎหมายเป็นหลัก 
ยึดขบวนการความยุติธรรมของชาติ

แล้วก็ออกมาแหกปากตะโกน
ร้องให้คนอื่นยึดกฎหมาย

สาระพัดที่จะพูด จะทำ
เพื่อให้ตนเอง และพวกตนเอง

ดูแล้วดีทุกตารางนิ้ว
ดูแล้ววิเศษ
เหนือคนอื่น
เลิศยังกับเทวดาก็ไม่ปาน".

- ทั้ง ๆ ที่ "ทั้งหมดล้วนเป็นตรงกันข้าม กับที่มันพูด และประพฤติ".
-------
- ต่อจากนั้น พวกมันก็สมคบคิด วางแผน 
เพื่อทำลายพระศาสนา 
ทำลายการปกครองสงฆ์ทั้งมวล
หยิบประเด็นนั่นนี่ สารพัดมาป่วนเมือง
เอามาสร้างเรื่อง แบบแฝงนัยยะ.

- เช่น พยายามทุ่มเทจะเอาเป็นตาย 
กะเพื่อทำลายวัดพระธรรมกายให้ได้
เพื่อให้เป็นด่านแรกตามแผนชั่ว

ที่จริงใครก็มองออกว่า งานนี้มี
เป้าหมายเพื่อมุ่งทำลายพระศาสนา
ให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทย.

- เพราะเห็นว่า หากปล่อยให้คณะสงฆ์เข้มแข็ง 
เป็นปึกแผ่น การคิดกดหัวก็จะยาก ดัดยาก กำหลาบยาก คุมยาก.

- นี้คือเป้าหมายแผนชั่วของฝ่ายทำลายพระศาสนา ที่กำลังดำเนินอยู่ในไทยเราขณะนี้.

----

- ว่าไปแล้ว โพสต์ในครั้งนี้ คือ ผมอยากจะให้พวกบ้าเหล่านี้ ได้รู้เสียทีว่า..

"ไอ้ที่มึงคิด มึงทำนั้น 
อย่าคิดว่าคนอื่นเขาโง่ 
รู้ไม่ทัน ไล่ไม่จนกับแผนชั่ว ๆ พวกมึงกันนะ

ไอ้เรื่องบ้องตื้นแค่นี้

ทำไมคนอื่นเขาจะไม่รู้
ทำไมเขาจะคิดไม่เป็น จะทำไม่ได้

แต่ที่ชาวบ้านเขาไม่ทำเหมือนพวกมึงทำนั้น

ก็เพราะพวกเขามีสติปัญญาทางบวกทางสูง
ที่พยายามยับยั้งจิตใจตนตั้งให้สูงไว้

ไม่ให้กิเลสทางต่ำครอบงำใจได้

รู้จักแยกแยะดีกว่าพวกมึง
ถูกผิดรู้ชัดมากกว่า ต่างหากเล่า !!!!

ไม่ใช่ออกอาการเหมือนหมาบ้ารายวัน

คิดพากันทำ เห็นมีแต่เรื่องท้านรกทั้งสิ้น 
กุศลหาไม่มีเลย
วัน ๆ สมองคิดแต่เรื่องทำชั่วไม่ว่างเว้น

อาการอย่างที่พวกมึงทำกันนี้ 
คนไม่ชั่วพอแบบพวกมึงนี้ 
เขาคิดกันไม่ออกหรอก

ไอ้งั่งเอ้ย.. (ชักเหลืออด)".
----
เข้าเรื่องเลยครับ
--------

การประกาศยอมตายคาผ้าเหลือง
มันคือ เกียรติยศ เหนือ เกียรติยศใดๆ 
ของเหล่าพุทธบุตร.
--------

- ผม และทีมงาน ได้วิเคราะห์ และสรุปตรงกันว่า ..

"กรณีปัญหาวัดพระธรรมกาย" นั้น.

- เชื่อได้ว่า..

ชาวพุทธทั่วโลกล้วนต่างภาวนาในใจตรงกันว่า ..

"งานนี้ ขอภาวนาให้ ท่านธัมมชโย 
ยอมตายคาวัดไปเลย".

- เพราะสิ่งนี้สำคัญยิ่งยวดนัก โอกาสแบบนี้ก็หายากด้วย เพราะมัน คือ "เกียรติ ของ พระสงฆ์ ที่เป็นพุทธสาวก ทั้งโลก".

- อันคนเรานั้น อย่าว่าแต่เป็นพระมหาเถระสงฆ์ที่บวชปฎิบัติดีมาขนาดนี้เลย ต่อให้แค่พระหนุ่มเณรน้อย ก็ตาม.

- เมื่อมาถึงขั้นสูงสุดระดับนี้แล้ว อย่าว่าแต่คดีแค่นี้เลย.

- ต่อให้มีมาร หรือมีอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ หลายร้อยหลายพันเท่า.

- มันก็คงไม่สามารถ ที่จะมาสร้างความหวั่นไหวต่อปณิธานในการถือ "เพศบรรพชิต" ของตนเองไปได้หรอกครับ.
------
- อีกทั้งด้วยสภาพการณ์ ณ ปัจจุบัน ยังไง ๆ ก็ยังดีกว่า ..

"การเดินออกไปเสี่ยง
ให้ความ" อยุติธรรม" 
เรื่องสมมติโลก 
มันมาทำลายเกียรติยศ
แห่งความเป็น" พุทธบุตร" 
ของตนลงป่นปี้เป็นแน่แท้".

- เรื่องนี้ จริงหรือไม่จริง จะได้รู้กันเร็ว ๆ นี้.
----

เปิดหน้าเล่นเลยครับหลวงพ่อ.

- ในยามบ้านเมืองเกิด "ทุรยุค" เช่นในทุกวันนี้.

- จะหาความยุติธรรมได้ที่ไหน เหลียวมองไป ก็เห็นแต่ความ "อยุติธรรม" เท่านั้น ที่มันปรากฏไปทั่วในแผ่นดินในทุกวันนี้.

- เหล่าสมณชีพราหมณ์ ที่ปฎิบัติธรรมเพื่อเผากิเลส ซึ่งไร้เกาะป้องกันตัว มีแต่ผ้าพันกาย 3 ผืน.

- ก็ย่อมถูกขุนนางผู้กังฉิน แอบอ้างอำนาจรัฐ ของอาณาจักร ให้กำลังเข้าบีทาย่ำยีทำการ"เบียดเบียน"ให้เกิดความลำบาก ขัดข้องไปทั้งกายใจ ดังเป็นมาทุกยุคสมัย ที่แผ่นดินแตกแยก.

- สภาพการณ์เช่นนี้ วงการศาสนาที่เคยสงบสุข ร่มเย็นด้วยธรรม จึงต่างเดือดร้อนไปทั่วหัวระแหง.
-----
- ดังนั้น ในวันนี้ ผม เจ้าคุณเบอร์ลิน ใยเลยจะเสวยสุขแต่เฉพาะตน ที่เหมือนเนรคุณพระศาสนา.

- จึงขอออกมาเรียกร้องให้ ..เหล่าชาวพุทธ ทราบว่า ..

"พวกเราจะต้องออกมาดูแลกันเอง 
ขออย่าได้หวังไปพึ่งรัฐใด ๆ เลยครับยามนี้".

- เรื่องนี้ ผมไม่ใช่พูดลอย ๆ นะครับ 
อันนิสัยผมนั้น ไม่เคยพูดอะไร โดยไม่มีข้อมูล
หรือไม่มีการวิเคราะห์.

- ชาวพุทธเรา ณ วันนี้ หวังพึ่งใครไม่ได้แล้ว (ขอได้โปรดอ่านย้ำ).

- หากท่านเอาแต่นิ่ง เป็นประเภท "ธุระไม่ใช่" ดังที่ผ่านมานั้น แล้วพากันไม่เชื่อผม..ขอบอกว่า...

"ทุกอย่างเกี่ยวกับความมั่นคง ของ พระศาสนา ในประเทศไทย อาจจะสายเกินแก้ก็ได้ในเร็ว ๆ นี้".

- ผมพูดได้แค่นี้แหละครับ.
----
ต้องการสื่อตรง ต่อ ศิษย์ธรรมกายทั่วโลก.

- ผมขอสื่อมุ่งตรง ถึง เหล่าศิษย์ วัดพระธรรมกายทุกมุมโลก ว่า...

"งานนี้ ณ วันนี้ พวกท่านรอไม่ได้อีกแล้วนะครับ ".
-------

- ผมอยากบอกดัง ๆ ว่า ..

"พวกท่านจะต้องรีบแสดงตัว รีบตื่นตัว และลุกขึ้นมาต่อสู้กับความ "อยุติธรรม" ในครั้งนี้ โดยทันที เพื่อร่วมปกป้องภัยพระศาสนา".

- มาสร้างมหากุศลครั้งใหญ่ ร่วมปกป้องไปกับ "หลวงพ่อ ของ พวกท่าน อาจารย์ และเพื่อน ของ พวกท่าน"

- โดยทันทีนะครับ ขอย้ำว่า "โดยทันที" รีรอไม่ได้แล้ว.
-----

- ขอเตือนด้วยความเป็นห่วงสุด ๆ ว่า ..

"รีบก่อนที่อะไร ๆ มันจะสายเกินแก้ 
ไม่เช่นนั้น พวกท่านจะเสียใจไปจนวันตาย 
และจะเรียกคืนอะไรมาไม่ได้อีกแล้ว".

- คิดว่า ทุกท่านคงทราบว่า ผมหมายถึงอะไร.
------
- ก็ในเมื่อเรา....

"เป็นฝ่ายถูกต้อง ไม่ว่าทั้งทางโลก และทางธรรม 
ทั้งยังเกิดในบุญ ตายก็ในบุญ 
จะมาเสียเวลาคิดทำไมละครับ".
-------
มาไงก็ไปงั้น เปิดหน้าเล่นกันเลย.

- อันสติปัญญาคนเรานั้น ไม่ได้มีไว้แกงกิน ใช่จะมีแต่คนอื่นเสียที่ไหน.

- ตัวเราก็มี ผม เจ้าคุณเบอร์ลินก็มี จะเอาเท่าไหร่ กะอีแค่ปัญญาไว้สู้ความอยุติธรรม และหาใช่ฝ่ายตรงข้ามจะคิด จะทำได้อยู่ฝ่ายเดียวไม่.

- ยอมอะไรกันง่าย ๆ ครับ ใครยอมง่าย ๆ ก็ไปตายชะ ยิ่ง ...

"พ่อตัวเองแท้ ๆ กำลังประสบภัย" อยู่เช่นนี้.

- ผมอยากจะบอก กับ ชาววัดพระธรรมกายทั้งโลก ว่า ..

"ทำไมอ่อนแอกันจังเลย ตั้งรับมานานเกินแล้ว 
วันนี้ มันถึงเวลาที่จะต้องรุกกลับ ตอบโต้คนโฉดแล้วนะครับ".

- ปล่อยให้เขาทุบ เขาตี อยู่ทุกวัน หรือจะปล่อยให้เขาใส่สีตีไข่กับสำนักเรา พ่อเรา ต่อไปเช่นนั้นหรือ รอไม่ได้อีกแล้วนะครับ.

- ผมจะบอกความจริงที่น่าเจ็บปวดอะไรให้ทราบอย่างหนึ่ง คือ ในตอนนี้นั้น ..

"สังคมคนภายนอกร้ัวธรรมกายนั้น 
เขาพากันมองวัดธรรมกาย 
ชนิดหมดความน่าเชื่อถือไปหมดแล้ว 
เพราะถูกฝ่ายตรงข้าม
เขาได้สร้างสื่อประโคมข่าว
ที่หลอกลวงกันป่าวๆ ต่อเนื่อง
พวกท่านก็มัวแต่โลกสวยกันอยู่นั่นแหละ 
จึงได้พากันเน่ากันหมดในทุกวันนี้".

- กว่าความจริงจะปรากฎ ก็เละไปแล้ว จะไม่เชื่อผมก็ได้.
-------
- พวกท่านเหล่าศิษย์ฆราวาส พวกท่านพากันทราบกันไหม ว่า..

"ทุกวันนี้ 
ตัวหลวงพ่อ หลวงพี่ ของพวกท่านนั้น
ยิ้มแต่เพียงภายนอกกันเท่านั้น

ส่วนภายในร้องไห้น้ำตาตกกันทุกคน
กับสารพัดปัญหาที่ถาโถมเข้ามาสู่สำนัก

ทั้งยังต้องทำงาน หามรุ่งหามค่ำ 
อดทนแรงปะทะสารพัดขนาดไหน

กลางคืนแทบไม่ได้นอน 
ต้องคอยแก้เกมส์หาทางสกัดวิชามาร
ของคนที่มารังแกสารพัดอยู่ทุกวัน

พากันมองเห็นแต่ภายนอก
ที่สวย ๆ กันอยู่นั้นแหละ

มามองความจริงกันเถอะครับ".

- แล้วจงพากันคิดต่อไปว่า "พวกเรา ที่เป็นศิษย์ จะแสดงออก ในเรื่องความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณอย่างไร".
-----
- เหตุหนึ่ง ที่ดูเหมือนเป็นลูกไล่ให้พวกมารมาตลอด ก็เพราะพวกท่าน ...

"พากันนิ่งมาตลอดนี้แหละ"

มันนิ่งเกินไปครับ ..

มัวแต่พากันหลับตาเพ่งลูกแก้วอยู่ได้

ถามว่า แล้วคนชั่วมันจะกลับใจไหม

ต่อให้เพ่งจนลูกแก้วแตก 
พวกคิดชั่วมันก็คิดชั่วอยู่วันยังค่ำ".

- อันธรรมะนั้น ต้องใช้กับคนมีธรรมะครับ นำไปใช้กับคนอันธพาลไม่ได้ผลหรอกครับ.

- คนอันธพาลนั้น ต้องโดนสันขวาน แบบวิธีของเจ้าคุณเบอร์ลินครับ จึงจะหยุดได้ ไปพูดดีไม่ได้ผลหรอกครับ.
------
ทำไม? ทำไม ? และทำไม? กับสะโลแกนหรู.

- พูดมาถึงขนาดนี้ ผมก็ขอพูดต่อแบบไม่เกรงใจ แต่รับรองว่า "หวังดี" ตรงนี้สักหน่อยนะครับ มันอึดอัดใจมานานแล้ว นั้นก็คือว่า....

"ไม่ทราบว่า ใครคิดสะโลแกนคำหรูว่า..

"ไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป" ครับ.
-----
- รู้ไหมครับ พอคำนี้ ออกมาเผยแพร่ โดยไม่จำกัดวงเผยแพร่.

- พวก "ศิษย์รอบใน" หมายถึง คนทำงาน ก็งงซีครับแบบนี้ จะเดินเกมส์กันยังไง คนทำงานก็ยังงง.

- ผมอยากจะถาม และเป็นคำตอบในตัวว่า ..

"ไอ้ตำรานี้น่ะ มันเคยไปเอาใช้
กับพุทธอิสระ ได้ผลหรือ?
มันเคยไปเอาใช้กับไพบูลย์ 2 คน บวกไพสิฐ อีก 1 ได้ผลหรือ ?".

- แค่ไอ้ "มโนบ้า" ยังใช้กับมันไม่ได้ผลเลย 
คิดออกมาได้ไงครับ.
-------
- เพราะอย่าลืมนะครับว่า...

"อันเมตตานั้น จะต้องใช้กับคน
ที่มีเมตตาด้วยกันเท่านั้น 
จะใช้เมตตากับงูเห่า 
เช่นเรื่องชาวนาได้อย่างไร 
เพราะมันเป็นสัตว์เดรัจฉาน 
มันจะรู้ภาษาคนได้อย่างไร
มันจะรู้อย่างไรว่า ชาวนาต้องการช่วยมัน 
พออุ่นมันก็กัดตายเอาเท่านั้น
ซึ่งก็น่าจะสมควรตายแหละครับ 
เพราะดันโง่เอง
ที่ไปช่วยสัตว์เดรัจฉานแบบไร้สมอง ".
------
- ผมมันคนชอบตรง ๆ แบบนี้แหละ หากไม่สบอารมณ์ก็ต้องขออภัยกันนะครับ.

- หรือเอาง่าย ๆ ผมขอถามว่า ..

"มีพ่อแม่ครูบาจารย์ที่ไหนกันละครับ 
ที่สอนให้ลูก "กลัวคน ไม่สู้คน"

มีแต่สอนว่า ..

"อย่ารังแกคน
อย่าเบียดเบียนคนอื่นทั้งนั้น"".

- นี่อะไร!!!!! ศัตรูมันถือไฟจะมาเผาวัด เผาพระศาสนาอยู่แล้ว ..

"พวกท่าน หากยังมัวแต่พากันเพ่งลูกแก้วภาวนา ...

"ไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป"

ขืนอยู่กันแบบนี้อีกละก็.

- ก็คอยเป็น "นาลันทา 2 " ก็แล้วกัน.

- รู้ไหม เขาคิดจะพังทะลายลงมาตั้งแต่ลูกแก้วบนยอดเจดีย์ยันพื้นนะแหละ.

- ไม่เชื่อก็คอยดู.

- ชัดนะครับ.
------
แนะกลยุทธ : เปิดหน้าตอบโต้ทันที

- อันแนวรบด้านสื่อ ก็อย่าหยุด ระดมกันเขียน กันโพสต์ อย่ามัวมารอแค่ว่า...

"ปล่อยเจ้าคุณเบอร์เขียน หรือหาที่อื่นมาแปะแล้วมาค่อยแชร์ คอยไลน์ต่อก็พอ คิดแค่นี้ไม่ได้ เพราะมันจะไม่ทันการณ์".
-----
ทำ! ทำไม? สารพัดดีกรีในสำนัก ทำไมเงียบจัง.

- เขียนออกมาเลยสิครับ ขอเพียงเราคิดอะไรก็ได้ โดยเขียนออกจากหัวใจเรา แสดงธรรมชาติออกมาว่า..

"ใครมานั่งดูให้พ่อตัวเอง ถูกกระชากลากถูไปต่อหน้าต่อตาได้ มันก็หมาเท่านั้นแหละ"

ตั้งใจอย่างนี้ แล้วช่วยกันเขียนกระจายให้มาก ๆ.

- สำนักเรา ก็มีเป็นประโยค 8 ประโยค 9 เป็นดอกเตอร์ ตั้งมากมายในวัด ปัญญาเขาเอาไว้ใช้ตอนนี้แหละครับ ตอนปกป้องพ่อนี้แหละ พ่อเป็นคนส่งเราเล่าเรียนจนจบมิใช่หรือครับ.

- เอาวินาทีต่อวินาที นาทีต่อนาที ชั่วโมงต่อชั่วโมง วันต่อวันไปเลย ให้ถือว่า "เป็นการปฎิบัติธรรมอย่างหนึ่งไปเลย".

- ลูก ๆ พระธรรมที่เป็นฆรวาสด้วย ทุกเพศทุกวัย ใครถนัดทางไหน มีช่องทางทางไหน วิ่งเข้าหา ขอให้พี่น้องเพื่อนฝูงช่วยเลย ร่วมแรงกันมาก ๆ มันจะเป็นพลังมหาศาลไปเอง.

- ให้แก้ทุกดอก โต้ทุกข้อกล่าวหา รุกคืน ทุกมุมที่เขาพลาด หรือเปิดช่อง อย่าให้เขายึดหน้าสื่อ หน้าเฟสบุ๊ค หน้าไลน์ในแต่ละวัน อย่ามัวมานั่งโทษสื่อว่า ไม่รายงานข่าวตน หรือเขาเขียนด่าเขียนบิดเบือนอยู่เลย ไม่เกิดประโยชน์หรอก สร้างศัตรูเปล่า ๆ.

- ปลุกใจขึ้นมา รุมกันทำทุกทิศทาง เปรียบเหมือนการไล่ล่าเหยื่อ ของ ฝูงสิงห์โต.

- เพราะขึ้นชื่อว่า "การต่อสู้" มันแปลว่า "การต่อสู้" ย่อมไม่เลือกวิธีการ ที่จะนำไปสู่ชัยชนะทั้งสิ้น.

- ท่องไว้ นักต่อสู้ทั้งหลาย ไม่งั้น ก็ไม่ต้องสู้ เดินไปให้เขาขย้ำซะ หมดเรื่อง หมดราว.
-----
บุญชัย ชื่อ ผู้เสียสละเพื่อพระศาสนา

การเสียสละเพื่อพระศาสนา หาใช่แค่วัดพระธรรมกายไม่.

- เจ้าสัวบุญชัย ยอมเสียสละตน ออกมาชี้ทางชนะ ทางรอด ของ วัดพระธรรมกาย / ปักหมุดนำร่องแก่มวลศิษย์ทั่วโลก.

- ว่าไปแล้ว ณ วันนี้ วัดพระธรรมกาย จะอยู่รอดหรือผ่านพ้นอุปสรรคในวันนี้หรือไม่นั้น ผมเชื่อตามผู้ใหญ่ที่ประเมินไว้ว่า ..

"อยู่ที่แนวรบ ด้านมวลชน เป็นหลักสำคัญที่สุด".

"ร้อยเล่ห์พันเหลี่ยม ก็แพ้เพียงหนึ่งแห่งการเหนียวแน่นมวลชน".
----
- ดังนั้น คณะศิษย์ลูกพระธรรมทุกท่าน พวกท่านเห็นช่องทางแล้ว จะต้องเหนียวแน่นเอาไว้ พูดภาษาเดียวกันให้ก้องโลกว่า....

"หลวงพ่อต้องตายอยู่ในวัดเท่านั้น เป็นอื่นไปไม่ได้"

ให้มันรู้ไปเลย ท่องกันไว้.

- เพราะสิ่งนี้สิ่งเดียวเท่านั้น ที่เป็นหัวใจอันสำคัญ เป็นกำแพงที่แข็งแกร่ง อันเป็นที่เกรงกลัวของฝ่ายคิดทำลาย ที่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่กล้าเข้ามาปะทะในขณะนี้ ก็เพราะมวลชนที่เหนียวแน่นนั้นเอง.

- แม้แต่หน่วยงานรัฐบาลเอง ก็ยังเกิดความคร้ามต่อมวลชนลูกศิษย์ ของ วัดพระธรรมกาย อันนี้ใคร ๆ ก็รู้.

- แล้วก็ขอร้องว่า อย่าไปคิดใช้ไม้แข็งเอา "อาวุธ" มาต่อกรกับอำนาจรัฐ ดังที่ผ่านมานะครับ เดี๋ยวจะพลาดไปเปิดคางให้เขาอีก.

- เพราะหากรัฐเขายกกำลังมาจริง ๆ ด้วยแสนยานุภาพของกองทัพ บวกความชอบธรรมที่เขาอ้าง ซึ่งหากมีการต่อต้านด้วยลักษณะอาวุธ ที่เขาพยายามหาช่องใส่ร้ายอยู่แล้ว.

- อย่าว่าแต่แค่สำนักวัดธรรมกายเลย ต่อให้ภูเขาทั้งลูก เขาก็ทะลายลงได้ และยังถูกนำไปขยายว่าเป็น รัฐอิสระ แข็งเมืองไปอีก มีแต่เสียกับเสีย ด้วยวิธีแบบนี้.
-----

- ในตอนนี้ คุณบุญชัย ซึ่งถือว่า เป็นคนที่มีน้ำหนักในสังคมไทยคนหนึ่ง ในฐานะศิษย์รุ่นใหญ่ของธรรมกาย ก็ได้เปิดตัว ออกมาป้องวัดเต็มพิกัดไปแล้ว.

- แรงประกาศคุณบุญชัยในครั้งนี้ ส่งแรงสะเทือนมากถึงมากที่สุด.

- เหมือนหมุดที่ปักแน่นลงในเขตวัดพระธรรมกาย ไปแล้ว.

- นั้นคือ ...

"ได้ประกาศชัดในเจตนารมณ์ ที่จะปักหลัก และหยัดสู้จนตัวตายคาผ้าขาวของตน และสื่อไปยังการขอตายคาผ้าเหลือง ของ ผู้เป็นหลวงพ่อ ของ เหล่าศิษย์ธรรมกายด้วย".
-----
- การเปิดหน้าเล่น ของ คุณบุญชัย ในครั้งนี้

"ถือเป็นความกล้าหาญ ที่พุทธบุตรต้องถือเป็นแบบอย่างที่ดี ที่สุด และสมควรได้รับการยกย่อง จากเหล่าพุทธบริษัท และคณะศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก".

- เพราะย่อมเสี่ยงที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามเอาขี้มาใส่เอาคดีมาแปะว่า..

"ปลุกม๊อบ ขัดขวาง ศาล หรือเจ้าหน้าที่ได้".

- ต้องถือว่า...

"การกระทำของคุญบุญชัยในครั้งนี้ หากศรัทธาไม่มั่นคงจริง ใจไม่ถึงจริง คงทำไม่ได้".

- เพราะแม้แต่ อธีบดี DSI เอง ก็ยังง่าว ...คิดจะไปแจ้งความเอาผิด ตามกองเชียร์โง่ ๆ ไปโน้น.

- เรื่องนี้ หากไม่หูหนวก ก็ให้ไปเปิดฟัง คุณบุญชัยแกพูดอีกรอบนะครับว่า ..

"เชิญชวนมาปฎิบัติธรรม อธิษฐานให้หลวงพ่อเราพ้นผิด".

- มีตรงไหนที่แกมายุให้ไปจับไม้มาลุย กับ เจ้าหน้าที่ หรือไปขัดขวางศาลละครับ.

- ตรงนี้ หากกองเชียร์ที่คิดมั่ว มัวแต่จะทำลาย วัดพระธรรมกาย หรือ อธิบดี DSI ที่อาจว่างมาก.

- ก็ให้พากันเดินไปจูงมือ พล.อ ไพบูลย์ คนเป็นนาย ด้วยก็ได้ ให้ไปเปิดคลิป "บิ๊กปัอม" แกพูดแบบชัด ๆ ไม่ต้องตีความ ดูอีกรอบก็ได้นะ ว่า..

"เขาชวนคนมาปฎิบัติธรรม".

- งานนี้ จะได้หายเมากันสักที.
----
- ระดับคุณบุญชัย เขาคงไม่โง่ขนาดนั้นหรอกครับ ที่แค่นี้ยังจะไม่รู้ว่า "อะไรเป็นอะไร".

- แม้แต่ เจ้าคุณเบอร์ลินเองก็ตาม ถามว่า..

"ที่ผ่านมามีตรงไหนที่พูดผิด 
มีแต่ไหนที่ยุให้คนทำผิดศีล ผิดกฎหมาย
มีตรงไหนที่ยุให้คนหนีคดี อยู่เหนือกฎหมายบ้าง

ก็เห็นมีแต่
ร้องบอกช่วยปกป้องพระศาสนา
ป้องมหาเถรสมาคม
ช่วยผดุงความยุติธรรม
ช่วยกันรักษาสถาบันสำคัญของชาติ

ถือหลักผิด/ถูกเป็นที่ตั้งทั้งสิ้น

ส่วนมันจะไปตรงข้ามกับคนพาลนั้น
มันจะหลีกพ้นกันได้ไงละครับ".

---
วัดไหน ๆ ก็คือวัด ล้วนเป็นฐาน และสัญลักษณ์ความเจริญ และความเสื่อม ของ พระพุทธศาสนาทั้งสิ้น.
-----
- ว่าไปแล้ว อันวัดพระธรรมกาย นั้น ก็คือ เกียรติของคณะสงฆ์ไทยโดยรวมนั้นเอง ซึ่งทั่วโลกย่อมไม่มีใครปฎิเสธในข้อนี้ได้.

- ดังนั้น การที่รัฐบาล คล้ายปล่อยให้กลุ่มแอบแฝงเข้ามาทำลาย วัดพระธรรมกาย โดยไม่เลือกวิธีดังที่ปรากฎนั้น.

- มันก็คือ การทำลายเกียรติ ของ คณะสงฆ์เถรวาทไทย นั้นเอง.

- ซึ่งก็คือ จุดจบ ของ พระพุทธศาสนา บนผืนแผ่นดินไทยด้วย.
-----

เรื่องศรัทธาเป็นเรื่องอ่อนไหวง่ายควรระวังให้มาก.

- ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งปัญหาวัดพระธรรมกาย ณ วันนี้นั้น ผมขอเตือนรัฐบาลดังๆ อีกครั้งว่า ..

"อย่าคิดล้อเล่นกับศรัทธา"

และผมคิดว่า รัฐบาลเอง ก็น่าจะ..

"เกรงสถานการณ์อ่อนไหวแห่งศรัทธา จะเกิดกระแสจุดติด เป็นเชื้อลุกลาม มากกว่าเรื่องอื่นใดๆ".

- อาจมากกว่าเรื่อง ประชามติด้วยซ้ำ.

- สังเกต สภาพการณ์ท่าที เช่น คนหนึ่งออกมาขู่ แต่อีกคนหนึ่ง ดันออกมาปลอบ.

- แต่พอเผลอก็ซัดพระสงฆ์ทันที.

- แม้ตอนนี้รัฐบาล ก็ดูเหมือนทำทีเป็นปลอบ พยายามเอาน้ำเย็นลูบ.

- อาจเพราะเห็นแรงกระเพื่อม จึงปลอบเพื่อให้ตายใจ และสร้างความชอบธรรมให้แก่ฝ่ายตนเอง.

- ซึ่งก็ใช่ว่า จะไว้วางใจได้ เพราะลูกทีมเดินยังไม่ถึงธงที่ปักไว้แต่แรก.
---
สุดท้าย

- ผมอยากจะแนะนำสั้น ๆ ตรง ๆ แบบมาไงไปงั้น แก่มวลซิษย์วัดพระธรรมกาย เพื่อสื่อเนื่องไปยังฝ่ายตรงข้ามว่า..

"มึงคิดว่ามึงฉลาดคนเดียวหรือ?"

ด้วยวิธีย้อนศรนั้นก็คือ...

"ในส่วนแนวรบด้านพุทธอิสระ/ไพบูลย์และพวก นั้น
ก็อย่าให้เขาได้ทำงานได้สะดวก เหมือนที่ผ่านมา

ให้จัดหาคน ไปยื่นเรื่องขัดแข้งขัดขาไว้ 
พัวพันไว้ 
มึงยื่น กูก็ยื่น 
มึงแจ้ง กูก็แจ้ง 
มึงทวงถาม กูก็ทวงถาม
มึงไปที่ไหน กูก็ไปที่นั้น".

- ง่าย ๆ แค่นี้ ผมว่า มันก็มึนแล้วครับ.
----

- ผมก็ไม่อยากจะประมาทศัตรูหรอกครับ แต่อยากจะบอกตรง ๆ ว่า..

"ผมดูหน้าตาพวกปั่นศาสนานี่ แต่ละคนนี่
หน้ามันเหมือนคนปัญญาอ่อน ไม่เต็มบาท
ยังไงยังงั้นทุกคนเลยครับ"
---- 
- ผมคิดว่า เมื่อโพสต์นี้ออกไปแล้ว พวกบ้ามันคงตาเหลือกว่า..

"ไอ้เจ้าคุณเบอร์ลินนี่ ลูกบ้ามันเยอะกว่ากูเสียอีก".
----

- ขอปิดท้ายด้วย...

"การได้ตายในผ้าเหลือง 
ตายในผ้าขาว 
เพื่อพระศาสนานั้น
ไปเกิดสูงแน่นอน

ส่วนใครตายในผ้าลาย
ที่ก่อกรรมหนักทุกวี่วัน
จะเป็นลายดอก ลายผ้าขาวม้า 
หรือแม้แต่ "ลายพราง"
ก็ น..า...รก ลูกเดียวครับ".

- ก็เลือกกันเอาเองครับว่า จะขอตายแบบไหน.

โชคดีมีชัยทุกท่านครับ

เจ้าคุณเบอร์ลิน

Berlin,den 20.06.2016

- แนบภาพประกอบเรื่อง..






“สัมมา อะระหัง” นำสุข ลองนำมาใช้ดู เพื่อสร้างสมาธิและสติกัน

"สัมมา อะระหัง" นำสุข
เรื่อง : พระบริบูรณ์ ธมฺมวิชฺโช

 

 

ภาวนา
"สัมมา อะระหัง" ๕๐๐ ครั้ง
ดวงใจพบสุข

 

 

          ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรืออยู่ในอิริยาบถไหน ถ้าใจผูกพันกับพระรัตนตรัย ณ ตอนนั้น วินาทีนั้น พระรัตนตรัยย่อมลงซ้อนในกลางจิต คอยกลั่นแก้ คุ้มครองรักษาตลอดเวลา และอานุภาพแห่งพระรัตนตรัยนั้นเป็นอานุภาพที่ไม่อาจจะประมาณได้ ดังนั้นผู้มีปัญญาหรือนักปฏิบัติธรรมทั้งหลายพึงหมั่นนำพาจิตใจของตนเองให้คุ้นเคยและผูกพันกับพระรัตนตรัยสม่ำเสมอในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะด้วยการตรึกนึกถึงองค์พระไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หรือ การภาวนา "สัมมา อะระหัง"อย่างต่อเนื่องด้วยจิตใจที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัยซึ่ง ไมว่าใครก็ตาม หากสามารถปฏิบัติได้เช่นนี้ ท่านผู้นั้นย่อมประจักษ์ถึงอานุภาพอันมหัศจรรย์ ดังเรื่องราวตัวอย่างของกัลยาณมิตรผู้ยึดมั่นในพระรัตนตรัยด้วยการภาวนา "สัมมา อะระหัง" ๕๐๐ครั้ง ดังต่อไปนี้....

 

กัลฯ ทพ.ญ.พุทธธิดา วังศรีมงคล
  คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


          "ก่อนที่ลองใช้วิธีภาวนา 'สัมมา อะระหัง' เวลานั่งสมาธิจะฟุ้ง เพราะเป็นคนคิดมาก นั่งหลับบ่อย ตื่นมาก็ไม่สดชื่น รู้สึกเพลีย ทำให้ช่วงหนึ่งไม่อยากนั่งสมาธิเลย แต่เมื่อฟังเทศน์จากพระอาจารย์ปรเมษฐ์ทำให้ได้เทคนิคดี ๆ ท่านบอกว่า เวลานั่งสมาธิให้คิดว่าเป็นเรื่องสนุก เหมือนกับเวลาที่เราทำอะไรสนุก ๆแล้วเราจะมีความสุขกับมัน ก็เลยลองคิดว่าการนั่งสมาธิเป็นเรื่องสนุก พอคิดแบบนี้ก็รู้สึกมีความสุขทุกครั้งเวลานั่งสมาธิ

           "เมื่อลองนำเทคนิค 'สัมมา อะระหัง' ๕๐๐ ครั้ง มาใช้ คือ เวลาทำกิจกรรมทุกกิจกรรมก็ภาวนา 'สัมมา อะระหัง' ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบ ๕๐๐ ครั้ง ถ้าไม่ครบก็ภาวนาใหม่ไปเรื่อย ๆ แล้วจดบันทึกทุกครั้ง ทำให้สามารถจรดใจไว้ที่ศูนย์กลางกายได้ง่าย เวลานั่งสมาธิก็นั่งได้ดีขึ้น การคิดว่านั่งสมาธิแล้วสนุก ทำความรู้สึกให้มีความสุขกับมัน ทำให้นั่งได้ดีมากขึ้น

          "ตอนนี้รู้สึกชอบการนั่งสมาธิมากขึ้น ก็เลยอยากเชิญชวนผู้มีบุญทั้งหลายลองนำเทคนิค'สัมมา อะระหัง' ๕๐๐ ครั้ง ไปใช้ดูนะคะ ไม่ว่าจะทำอะไร ใจเราจะนิ่ง ไม่วอกแวกไปกับสิ่งรอบตัว ทำให้เราจรดใจที่ศูนย์กลางกายได้ง่ายขึ้น นั่งสมาธิก็ดีขึ้น"

 

กัลฯอิศรา ผลประเสริฐวานิช
คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

 

          "ก่อนรู้จักเทคนิคการภาวนา 'สัมมา อะระหัง' เป็นคนอารมณ์ร้อน หงุดหงิดง่าย บางทีเห็นเพื่อนอารมณ์ดีมา เราก็อารมณ์เสียใส่ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เวลานั่งสมาธิก็หลับ แต่หลังจากที่พระอาจารย์สอนเทคนิคการภาวนา 'สัมมา อะระหัง' แล้ว ในตอนแรก ๆ ก็ยังไม่ชิน ภาวนาได้ ๖๐ กว่าครั้ง ก็หลับ อีกเหมือนเดิม

          "ระยะหลัง ๆ เริ่มปรับปรุงตัวใหม่ มีสติมากขึ้น ตั้งเป้าภาวนาให้ได้อย่างน้อยวันละ ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังดี สำเร็จค่ะ ไม่หลับอีกเลย อารมณ์ก็เย็นขึ้น เวลาเพื่อนทำอะไรไม่ถูกใจ เรายิ้มอย่างเดียว ภายในใจก็ภาวนา 'สัมมา อะระหัง' ไปด้วย เพื่อเก็บอารมณ์ตอนนั้นไม่ให้ปะทุออกมา ไม่อยากทำให้เพื่อนเสียใจ

           "อยากแชร์ประสบการณ์ว่า ชอบภาวนา 'สัมมา อะระหัง' ก่อนนอนกับเวลาเดิน เพราะเคยได้ยินพระอาจารย์เล่าว่า ท่านนำวิธีนี้ไปให้พระธุดงค์ทำหนูลองทำและรู้สึกดีค่ะ รู้สึกนิ่งและได้อยู่กับตนเองจริง ๆ ก่อนนอนก็ภาวนา 'สัมมา อะระหัง' ไปเรื่อย ๆ จนหลับ พอตื่นขึ้นมาเห็น องค์พระผุดขึ้นมาเฉยเลยค่ะ แรก ๆ ก็ไม่คิดอะไร ภาวนาไปเฉย ๆ สุดท้ายเห็นองค์พระขึ้นมา ประสบการณ์แบบนี้มีน้อยคนที่จะได้เจอ อยากเชิญชวนให้ทุกคนลองมาภาวนา 'สัมมา อะระหัง' ด้วยกันค่ะ และใช้ 'สัมมา อะระหัง' เปลี่ยนโลกนี้ค่ะ"

 

กัลฯศิกิต อุดมคุณากร
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

 

          "ก่อนหน้านี้เคยนั่งสมาธิดี เห็นองค์พระ แต่พอไปอยู่ที่มหาวิทยาลัย ใจก็เผลอหลุดออกจากกลาง ทำให้องค์พระหาย ใช้เวลาปีกว่าแล้วก็ยังไม่ได้องค์พระกลับคืนมา จนกระทั่งได้เข้ามาอบรมธรรมทายาทหญิง พระอาจารย์แนะนำเทคนิค 'สัมมา อะระหัง' พอท่านแนะนำปุ๊บ ก็นำมาปรับใช้เลยค่ะ

"ท่านบอกให้ภาวนา 'สัมมา อะระหัง' ๕๐๐ ครั้ง เราอาจจะทำไม่ถึงก็ได้ค่ะ แต่ให้เน้นที่ความสบายของใจ ตอนนั้นเริ่มท่องเลย วันรุ่งขึ้นได้นั่งธรรมะ องค์พระก็กลับมา วันนั้นรู้สึกดีใจมาก และหลังจากรอบนั้นก็นั่งเห็นองค์พระเกือบทุกรอบเลย

           "ขอเชิญชวนทุกคนให้ลองใช้เทคนิค 'สัมมา อะระหัง' ดูค่ะ ทั้งเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ยังไม่เคยเข้าถึงประสบการณ์ภายใน หรืออาจเข้าถึงแล้วแต่ทำหายเหมือนตัวหนู อยากให้ลองใช้เทคนิคนี้ดูค่ะ ช่วยได้จริง ๆ นะคะ และไม่ได้ช่วยให้นั่งสมาธิดีอย่างเดียวนะคะ เวลาเราออกจากการทำสมาธิ จะสังเกตได้ว่า ตัวเราเปลี่ยนไป อารมณ์เย็นลง สามารถรับปัญหาทุกอย่างได้ค่ะ"    

          จากเรื่องราวอานุภาพอันมหัศจรรย์ของการภาวนา 'สัมมา อะระหัง' เราจะเห็นได้ว่าคำภาวนานี้ไม่ใช่ถ้อยคำธรรมดา แต่เป็นถ้อยคำที่มีอานุภาพมาก ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ท่านได้กลั่นกรองถ้อยคำอันเป็นที่สุดให้เป็นบริกรรมภาวนาเพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้น เป็นบทพุทธคุณที่ท่านใช้สอนสานุศิษย์เป็นพิเศษทุกครั้งที่ปฏิบัติธรรมเพื่อให้ใจระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ เพราะพุทธานุสติเป็นธรรมให้จิตตื่น สว่างไสวมีกำลัง มีความกล้าที่จะปฏิบัติธรรมสืบต่อไป

 

 

 

ความหมายของคำว่า... "สัมมา อะระหัง"

            คำว่า "สัมมา อะระหัง" เป็นภาษาบาลี มีศัพท์ควบคู่กันอยู่ ๒ ศัพท์ คือ "สัมมา" และ"อะระหัง"

         "สัมมา" เป็นศัพท์ที่มีความหมายสูง แปลว่า ชอบ ในพระพุทธคุณ ๙ บท ท่านเอาศัพท์นี้เข้าคู่กับ "สัมพุทโธ" เป็นสัมมาสัมพุทโธ เป็นบทแสดงพระคุณของพระพุทธเจ้า แปลว่าผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ นอกจากนี้ยังมีใช้ในอริยมรรคมีองค์ ๘ ด้วย เช่น สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ เป็นต้น

           "อะระหัง" เป็นพระพุทธคุณบทต้น แปลว่า พระพุทธองค์ทรงเป็นพระอรหันต์ เมื่อเข้าคู่กันเป็น "สัมมา อะระหัง" ก็แปลว่า พระพุทธองค์ทรงเป็นพระอรหันต์โดยชอบ

            บทบริกรรม "สัมมา อะระหัง" ของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ จึงมีความหมายสูงและอยู่ในขอบข่ายของพุทธานุสติ

            บท "สัมมา อะระหัง" นี้ โบราณาจารย์ท่านแยกพรรณนาพระพุทธคุณทีละอักษร คือสัม, มา, อะ, ระ, หัง ซึ่งท่านให้ความหมายแต่ละอักษรไว้ดังต่อไปนี้

       (สัม)

                           สงฺขตาสงฺขเต ธมฺเม สมฺมา เทเสติ ปาณินํ
                           สํสารสฺส วิฆาเฏติ สมฺพุทฺธํปิ นมามิหํ ฯ

                ๑. พระพุทธองค์ทรงแสดงสังขตธรรมและอสังขตธรรมโดยชอบแก่สัตว์ทั้งหลาย
                ๒. พระพุทธองค์ทรงทำลายการเวียนเกิดเวียนตายได้
                ๓. พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง

ข้าพเจ้าขอนมัสการ

           พระคาถาบทนี้ท่านบอกวิธีใช้ไว้ว่า ให้ภาวนาก่อนจะเข้าสู่สงคราม หาผู้ทำร้ายมิได้แล

       (มา)

                           มาตาว มานปาลิเต มานสตฺเต ปมทฺทิ โย
                           มานิโต เทวสงฺเฆหิ มานฆาตํ นมามิหํ ฯ

               ๑. พระพุทธองค์ทรงย่ำยีสัตว์ผู้มีมานะ (ความถือตัว) ที่มานะ (ความถือตัว) เลี้ยงไว้ดุจมารดา
               ๒. พระพุทธองค์อันหมู่ทวยเทพยอมรับนับถือ
               ๓. พระพุทธองค์ทรงทำลายมานะได้

ข้าพเจ้าขอนมัสการ

        พระคาถาบทนี้ ภาวนาเพื่อทำคนแข็งให้อ่อน หมายความว่า ถ้าบังเอิญต้องเผชิญกับคนใจแข็ง แข็งข้อ แข็งกระด้างกับท่าน โบราณาจารย์ท่านแนะนำให้ใช้คาถาบทนี้แก้ไขเหตุการณ์

       (อะ)

                           อนุสฺสาหสพฺพสตฺตานํ อนุสฺสาเหติ โย ชิโน
                           อนนฺตคุณสมฺปนฺโน อนฺตคามี นมามิหํ ฯ

              ๑. พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนคนไม่มีอุตสาหะ ให้มีความอุตสาหะ
              ๒. พระพุทธองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยคุณธรรมไม่สิ้นสุด
              ๓. พระพุทธองค์ทรงถึงที่สุดแห่งทุกข์

ข้าพเจ้าขอนมัสการ

          พระคาถาบทนี้ ภาวนาป้องกันเสือและจระเข้ หมายความว่า ถ้าท่านต้องเข้าป่าที่มีสัตว์ร้ายชุกชุม หรือต้องลงน้ำในย่านที่มีสัตว์น้ำอันตราย ถ้าทำใจให้เป็นสมาธิ ภาวนาคาถาบทนี้จะป้องกันสัตว์ร้ายได้

       (ระ)

                           รโต นิพฺพานสมฺปตฺโต รโต โส สตฺตโมจโน
                           รมาเปติธ สตฺเต โย รมทาตํ นมามิหํ ฯ

            ๑. พระพุทธองค์ทรงยินดีในธรรม ทรงบรรลุถึงพระนิพพาน
            ๒. พระพุทธองค์ทรงปลดเปลื้องสัตว์ให้พ้นทุกข์
            ๓. พระพุทธองค์ทรงยังสัตว์ให้ยินดีในพระนิพพาน
            ๔. พระพุทธองค์เป็นผู้ทรงประทานให้ซึ่งพระนิพพานอันเป็นที่ยินดี

ข้าพเจ้าขอนมัสการ

พระคาถาบทนี้ ถ้าใครยึดมั่นท่องบ่นภาวนาเป็นนิจ สามารถป้องกันการกระทำคุณผีและคุณคนทั้งปวงได้

       (หัง)

                            หญฺ ติ ปาปเก ธมฺเม หํสาเปติ ปทํ ชนํ
                            หํสมานํ มหาวีรํ  หนฺตปาปํ นมามิหํ ฯ

             ๑. พระพุทธองค์ทรงฆ่าบาปธรรม
             ๒. พระพุทธองค์ยังชนให้ยินดีซึ่งทางฆ่าบาปนั้น
             ๓. พระพุทธองค์ทรงร่าเริง
             ๔. พระพุทธองค์ทรงกล้าหาญยิ่งใหญ่
             ๕. พระพุทธองค์ทรงฆ่าบาปได้แล้ว

ข้าพเจ้าขอนมัสการ

      พระคาถาบทนี้ โบราณาจารย์ท่านแนะนำว่า ให้หมั่นเพียรภาวนาเมื่อจะเข้าสู่สงครามจะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้

      แต่ละอักขระของบท "สัมมา อะระหัง" ที่นำมาลงไว้พร้อมทั้งวิธีใช้นี้ สำหรับผู้ที่นับถือและเชื่อมั่นภาวนาให้จริงจังจนจิตเป็นสมาธิมั่นคง ย่อมได้ผลจริงดังใจหมาย..

ข่าวเคลียร์ เคลียร์ข่าวชัด วัดพระธรรมกาย 20 มิ.ย.59

ข่าวเคลียร์ เคลียร์ข่าวชัด วัดพระธรรมกาย 20 มิ.ย.59



ความจริงที่แสนทุเรศ เกี่ยวกับกรณี GT200!!!

ต้นทุนอันละ 700 บาท ไปหลอกขายต่างชาติอันละ 170,000 บาท
แต่กองทัพไทยเรารวย ใจป้ำซื้อมาอันละ 950,000 บาท

ประเด็นสำคัญนอกจากใช้ได้หรือใช้ไม่ได้แล้ว จากราคาที่แพงเกินจริงอย่างน่าตกใจ คิดบ้างไหมว่ามันจะต้องมี "ค่าที่ปรึกษาเพื่อให้ได้งาน" หรือชื่อเดิม "ส่วนต่าง"

แต่ที่ฟันธงแน่ๆคือเรื่องนี้ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะคู่กรณีเรื่องนี้คือ "กองทัพ" วัฒนธรรมก็จะเป็นแบบอุทยานราชภักดิ์ หรือกรณีขุดคลองขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ที่จะมีคนมาขอเคลียร์ให้เรื่องจบๆกันไป

อ.เจษฎา ยังเคยถูกขู่ทำร้าย เพราะดันมาแฉเรื่อง GT200 ที่ทำให้ ไก่อู-อภิสิทธิ์-หมอพรทิพย์ ออกมาดิ้นและโชว์โง่ผ่านสื่อ สุดท้ายเงิบกันทั้งสามคนค 

ส่วนต่างที่เกิดขึ้น ก็เงินภาษีประชาชนนั่นแหละ อย่าคิดมาก

@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
19 มิถุนายน 2559



อย่าพลาด ลงทะเบียนการขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดโ

อย่าพลาด
ลงทะเบียนการขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดโดยยื่นผ่านเว็บไซต์ http://election.dopa.go.th ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิลงคะแนน โดยสามารถยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง / จากนั้นระบบจะปิดการรับสมัครในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 30 มิ.ย. 59



ตำรวจดีและเก่ง เป็นใหญ่ไม่ได้! การปฏิรูปตำรวจ รายการ จับข่าวคุย Phone in สารวัตรแรมโบ้

https://youtu.be/hGYtavc07L0

การปฏิรูปตำรวจ Phone in สารวัตรแรมโบ้



‘ทักษิณ’ ขึ้นนั่งตำแหน่ง ผอ.บริษัทไอทีในอังกฤษ เทมาเส็กร่วมทุนด้วย

'ทักษิณ' ขึ้นนั่งตำแหน่ง ผอ.บริษัทไอทีในอังกฤษ เทมาเส็กร่วมทุนด้วย

เว็บไซต์เทเลกราฟ รายงานเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ไปลงทุนใน บริษัท เซนทริกส์ อินฟอร์เมชั่น ซีเคียวริตี เทคโนโลยีส์ ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพเกี่ยวกับความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ต ในประเทศอังกฤษ ที่เตรียมระดมทุนครั้งใหม่ ที่จะทำให้มูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานใหม่เป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ หนึ่งในผู้ถือหุ้นคือนายเอียน เทย์เลอร์ มหาเศรษฐีน้ำมัน โดยบริษัท เซนทริกส์ ได้ลงนามเพื่อทำการค้าเป็นครั้งแรกกับบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ในสิงคโปร์ ในส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดิจิตอลของรัฐบาลที่มีชื่อว่า "สมาร์ท เนชั่น" โดยแหล่งข่าวเปิดเผยกับเทเลกราฟว่า เทมาเส็ก กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ก็ได้ลงทุนในบริษัท เซนทริกส์ ด้วยเช่นกัน

ขณะที่เว็บไซต์ของบริษัท ระบุว่า นายทักษิณ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ เมื่อ 29 พฤษภาคม 2558 โดยระบุว่าถือสัญชาติไทยและถิ่นพำนักที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

เปิดเผย !!! คำแถลงข่าวคดีพระยันตระ จากศาลสหรัฐ ที่คนไทยทั่วประเทศ ไม่เคยรู้

เปิดเผย !!! คำแถลงข่าวคดีพระยันตระ จากศาลสหรัฐ ที่คนไทยทั่วประเทศ ไม่เคยรู้

ความจริงบางส่วนจากผู้เกี่ยวข้อง ว่าด้วย กรณี โรส ลอนดอน ว่าหักหลังเสื้อแดงหรือไม่

โปรดใช้วิจารณญาณ ลิ้งค์ต่าง ๆ อยู่ใน public domain แล้ว 
เป็นสิทธิของพวกคุณที่จะรับรู้ และใช้ความคิดตัดสินกันเอาเองค่ะ




ข่าว ดร. ทักษิณ ร่วมลงทุนกับบริษัทด้านความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต ของประเทศอังกฤษ

British internet security start-up backed by ex-Manchester City owner Thaksin seeks $1bn valuation

Thaksin ShinawatraFormer Thai prime minister and Manchester City owner Thaksin Shinawatra has invested in Scentrics
11 JUNE 2016 • 5:51PM

ABritish internet security start-up backed by the exiled former Thai prime minister Thaksin Shinawatra is poised to seek new funding that would value the company at more than $1bn as it prepares to rollout its infrastructure for the first time.

Scentrics, whose shareholders also include the Vitol oil tycoon Ian Taylor, claims its encryption technology will allow telecoms operators to secure messages and online shopping while complying with police and intelligence demands for access.

It is understood that the company has signed its first commercial deal with a major operator in Singapore, as part of a government digital strategy dubbed Smart Nation. The massive Singaporean sovereign wealth fund Temasak is also lining up an investment in Scentrics, according to City sources.

The technology is based on research at the computer science department at University College London. Scentrics claims its systems protect communications from eavesdropping – or so-called man in the middle attacks – while at the same time providing a way for investigators to gain lawful access.

Individual messages and documents sent over the internet can be unlocked without compromising the overall security of the network, according to Scentrics's pitch to operators and governments.

ฆาตกรรมหมู่ใต้ร่มพระบารมี... ความจริงอันน่าเจ็บปวด

ส่วนหนึ่งของการบันทึกประวัติศาสตร์




เครดิต ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
May 16 · 

การปราบฆ่าประชาชนกลางกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 4 ทศวรรษที่ผ่านมาเท่านั้น
เมื่อพิจารณาภาพรวมการเมืองไทยสมัยใหม่ จากปี 2475 ถึงปัจจุบัน รวม 84 ปี จัดแบ่งรัฐไทยได้เป็น 3 ช่วงแบบด้วยกัน (วิชาการเมืองไทยสมัยใหม่ TP101 Modern Thai Politics)

ช่วงแรก จากปี 2475-2490 สรุปได้ว่า เป็นการต่อสู้ปะทะกันระหว่างฝ่ายทหารและการเมืองของระบอบใหม่กับระบอบเก่า

ช่วงแรกนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างระบอบใหม่กับความพยายามยื้อเพื่อรักษาระบอบเก่า กองทัพของสองฝ่ายรบกันด้วยอาวุธ 1 ครั้งในคราวกบฏบวรเดช ตุลาคม 2476 ทหารทั้งสองฝ่ายเสียชีวิต ขณะที่ถัดมานั้น กบฏที่ถูกจับได้ ถูกนำขึ้นศาลพิเศษ มีผู้ถูกพิพากษาประหารชีวิตจริง 1 คนในปี 2478 และประหาร 18 คนในคดีกบฏ 2482

ช่วงที่ 2 ระหว่างปี 2490-2516 ยุค 3 จอมพล คือ จอมพล ป. – จอมพลสฤษดิ์ – จอมพลถนอม
ยุคนี้หากเป็นการกบฏในกองทัพ เช่น กบฏเสนาธิการทหาร กบฏแมนฮัตตัน เห็นได้ว่า ทหารฝ่ายแพ้จะได้รับการปล่อยไป โดยให้ปลดออกจากกองทัพ

แต่ถ้าเป็นกบฏฝ่ายพลเรือน ทั้งฝ่ายปรีดี-คณะราษฎร ฝ่ายเสรีไทยในประเทศ จะถูกตามกำจัดด้วยวิธีการฆ่าทั้งอย่างเปิดเผยและลับด้วยกำลังของรัฐ เช่น นายทวี ตะเวทิกุล ถูกยิงทิ้งในจุดจับได้

การยิงตายในรถขังของตำรวจ กรณี 4 ส.ส. และรัฐมนตรี เมื่อ 4 มีนาคม 2492 ที่ถนนพหลโยธิน กม. 14-15 ใกล้ ม.เกษตร บางเขน ได้แก่ ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ส.ส. อุบลฯ นายถวิล อุดล ส.ส. ร้อยเอ็ด นายจำลอง ดาวเรือง ส.ส. มหาสารคาม ดร.ทองเปลว ชลภูมิ์ อาจารย์ มธก. อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส.ส. ปราจีนบุรี

การฆ่ารัดคอและเผานั่งยาง นายเตียง ศิริขันธ์ ขุนพลเสรีไทยภูพาน ส.ส. สกลนคร กับเพื่อน เมื่อ 13 ธันวาคม 2495

การสั่งประหารชีวิตในที่สาธารณะอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร บ้านเกิดของตนเอง เมื่อ 31 พฤษภาคม 2504 ด้วยอำนาจตามมาตรา 17 ของจอมพลสฤษดิ์ ต่อนายครอง จันดาวงศ์ ส.ส. สกลนคร และเสรีไทยภูพาน และนายทองพันธ์ สุทธิมาศ ครูสกลนคร ผู้สมัคร ส.ส. สอบตก

นายจิตร ภูมิศักดิ์ ขณะอายุ 36 ปี ปัญญาชนปฏิวัติ ที่ถูกยิงตายที่ชายป่าเทือกภูพาน อำเภอวาริชภูมิ สกลนคร เมื่อ 5 พฤษภาคม 2509 เป็นหลักหมายสำคัญว่า รัฐไทยปรับการปราบฆ่าประชาชนลงสู่คนในท้องถิ่น ในนามข้อหาคอมมิวนิสต์ในทุกภาคของประเทศ ทั้งแบบเปิดเผยและแบบลับ

ช่วงที่ 3 คือระยะ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา จากปี 2516 ถึงปัจจุบัน รัฐไทยใช้การปราบฆ่าประชาชนจำนวนมากกลางกรุงเทพฯ อย่างเปิดเผย ขณะที่วิธีการลอบฆ่าแบบรายบุคคลในแบบก่อนหน้านั้น ยังคงดำเนินเป็นปกติ

การปราบฆ่าประชาชนจำนวนมากอย่างเปิดเผยกลางกรุงเทพฯ 4 ครั้งในรอบ 4 ทศวรรษหลัง ได้แก่

1) 14 ตุลาคม 2516 กองทัพปราบประชาชนบนถนนราชดำเนิน ตาย 77 คน? บาดเจ็บ 857 คน

2) 6 ตุลาคม 2519 กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนและตำรวจปราบประชาชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตาย 46 คน? ถูกจับกุมเข้าคุก 3,154 คน ไม่มีการระบุจำนวนผู้บาดเจ็บ โดยกองทัพเข้ายึดอำนาจในวันเดียวกัน

3) พฤษภาคม 2535 กองทัพปราบประชาชนบนถนนราชดำเนิน ตาย 40 คน? บาดเจ็บ 600 คน

4) พฤษภาคม 2553 กองทัพปราบประชาชนที่สี่แยกราชประสงค์และถนนอีกหลายสายกลางกรุงเทพฯ ตาย 94 คน? บาดเจ็บกว่า 2,100 คน

ดังนั้น ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ ในช่วง 4 ทศวรรษแรก รัฐไทยปราบผู้ต่อต้านทางการเมืองภายในกลุ่มที่จำกัด แต่ในช่วง 4 ทศวรรษหลัง รัฐไทยเผชิญหน้าและปราบฆ่าประชาชนจำนวนมากอย่างเปิดเผยเป็นสำคัญ

ด้วยพัฒนาการดังกล่าว กลุ่มอำนาจในระบบทั้งทหารตำรวจ และกลุ่มอำนาจในท้องถนน จึงพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงต่อผู้ที่เห็นต่างหรือด้อยกว่าในทุกระดับของชีวิต เช่นกรณีกลุ่มคนหนุ่มรุมทำร้ายคนพิการถึงแก่ชีวิตกลางกรุงเทพฯ

จากทิศทางดังกล่าว ท่านเชื่อหรือไม่ว่า จะเกิดเหตุการณ์ปราบฆ่าประชาชนอย่างเปิดเผยบนถนนกลางกรุงเทพฯอีกครั้งภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ ตามสถิติที่มีมา 4 ครั้งก่อนหน้านี้แล้ว? หรือว่าจะไม่มีความรุนแรงในระดับรัฐไทยกลางกรุงเทพฯ อีกต่อไป?

ที่มาเบื้องต้น: 
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. ประวัติการเมืองไทย 2475-2500. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการ
ตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2551.

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์. บรรณาธิการ. จาก 14 ถึง 6 ตุลา. พิมพ์ครั้งที่ 3. 
กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2544.

ความจริงเพื่อความยุติธรรม: เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา – พฤษภา 53. 
กรุงเทพฯ: ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณี เม.ย. – พ.ค. 53, 2555.

ครูครอง จันดาวงษ์. ไม่ระบุที่พิมพ์. 2543.

เครก เจ. เรย์โนลด์ส. (Craig J. Reynolds). เจ้าสัว ขุนศึก ศักดินา ปัญญาชน และคนสามัญ. 
บรรณาธิการแปล วารุณี โอสถารมย์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2550.

Believe it or not?
บันทึกไว้ Tue.อ. 17 May.พฤษภา 2016/2557 ชั่วโมงที่ 18 ของวันที่ lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll l/61 220714 Cllll lllll70/Rubber Stamp C lllll lllll lllll lll/l 89Fisc l ll/l 93TyPM l/l 95TyPMS lllll l 101 MiliDictGov. /llll lllll lllll lllll lllll lllll lllll l/l6Oct.38Ys lll llll/l14Oct.41Ys lllll/150 lllll lllll lllll lllll lllll lllll/180 lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lll/223 31Dec l/2015 l lllll lllll lllll lllll l/23JanYing lll/Daniel Russel 26Jan l lllll255 lllll lllll lllll270 lllll lllll lllll lllll lllll lllll/300 lllll lllll lllll lllll/320 lllll lllll lllll lllll lllll lllll/350 lllll lllll lllll/365 lllll lllll lllll lllll lllll/390 lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll/450 lllll lllll lllll lllll lllll lllll/480 lllll lllll lllll lllll/500 lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll/550 lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll/600 lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll/700 lllll lllll lllll lllll lllll ของ ค-ม-ร-ส-ช.

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์'s photo.
LikeShow more reactions
CommentShare

วิษณุ..ปิดปากเงียบ.ปัดประเด็น..เจ้าสัว..บุญชัย..บ๊วยดีเอสไอสอบข้อเท็จจริง ดีกว่า

วิษณุ..ปิดปากเงียบ.ปัดประเด็น..เจ้าสัว..บุญชัย..บ๊วยดีเอสไอสอบข้อเท็จจริง ดีกว่า

20 มิ.ย. 59 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายบุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวหมื่นล้าน ให้สัมภาษณ์เชิญชวนศิษย์วัดธรรมกายมาร่วมปฏิบัติธรรมครั้งยิ่งใหญ่ ถือว่าปลุกระดมหรือไม่ว่า ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตนคิดว่า ปล่อยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พูดหน่วยเดียวดีกว่า คนอื่นพูดไปโดยไม่รู้ว่าเข้าข้างหรือไม่เข้าข้าง ยุยงส่งเสริม หรือสนับสนุน หรือสะใจ หรือไม่สะใจ ถ้าจะผิดขอให้ดีเอสไอเป็นฝ่ายดูข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าใครทำอะไรที่ผิดหรือไม่ คนอื่นอย่าพูดอะไร
       อาสาหาข่าว
           20/6/59

จะชั่วไปถึงไหน?? "แผน วิรินทร์ ๕๙"


"แผน วิรินทร์ ๕๙"

๑. ใช้ ม.๔๔ ประกาศวัดธรรมกาย ตั้งเป็น "เรือนจำพิเศษปทุมธานี" 
ทำประตูลูกกรงเหล็กปิดประตูทุกบาน พร้อมป้ายเรือนจำ 
๒. ตัดสาธารณูปโภคทุกชนิด คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า 
๓. ตั้งโต๊ะรอหน้าประตูทุกบาน ใช้ ตร.ยศหมู่หรือจ่านั่งประจำ 2 นาย คอยบริการทำสัญญาประกันตัว ไม่จำเป็นต้องใช้ระดับรองอธิบดีให้เปลืองงบประมาณแผ่นดิน 
๔. นั่งซดกาแฟรอไม่เกิน ๗ วัน จะมีคนทยอยคลานออกมามอบตัว 
๕. ใครอยากกลับบ้านให้ประกันตัว คนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ใครยินยอมวางเงินประกัน ๑๐๐,๐๐ บาท แถมค้อนสวรรค์ ๑ แท่งให้กลับบ้านไปเคาะกะโหลกตัวเอง

แผนนี้ ใช้งบประมาณน้อย ได้ผลแน่นอน ๑๐๐% แถมได้โบนัสฟรีๆ เป็นเรือนจำพิเศษกว้างใหญ่ สวยงามทันสมัยที่สุดในโลก

เครดิต ทนายวิรินทร์ ตันติพลาวนิชย์



บทเรียน จากใต้เงาเผด็จการทหารพม่า โดย อาสา หาข่าว

บทเรียน เมียนมา วิถี ชัตดาวน์'แช่แข็ง' ฝันร้าย แต่'อดีต"

การมาเยือนประเทศไทยของ นางออง ซาน ซูจีระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน เป็นไปตาม "ปกติ" ในความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ

เป็นการมาหลัง นายดอน ปรมัตถ์วินัย เดินทางไปเยือน ณ กรุงเนปิดอว์

เป็นการมาหลัง นายดอน ปรมัตถ์วินัย เชื้อเชิญให้ นายติน จ่อ นายกรัฐมนตรีคนใหม่แห่งเมียนมาเดินทางมาเป็นแขกของรัฐบาลไทย

เพียงแต่ในห้วงเวลานี้ นายติน จ่อ ยังไม่สะดวก

จึงได้มอบหมายให้ นางออง ซาน ซูจี มาในฐานะแห่ง "มุขมนตรีรัฐ" และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แบกรับแทน

เป้าหมายใหญ่ๆ มี 2 ประการ

1 คือการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน 1 บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน

จากนั้น ก็จะไปพบกับแรงงานเมียนมาที่จังหวัดสมุทรสาคร

ข้อน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งก็คือ นางออง ซาน ซูจี ยังมีกำหนดการเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่วังสระปทุม

ก่อนเดินทางไปศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน จังหวัดราชบุรี

การเดินทางไปเยือนมิตรประเทศในกลุ่มอาเซียนไม่เพียงแต่จะเป็น "ประเพณี" หากแต่ยังเป็น "ภาระหน้าที่" ที่รัฐบาลใหม่ในกลุ่มอาเซียน จักต้องปฏิบัติ

เหมือนที่ไปเยือนลาวเมื่อเดือนเมษายน

เหตุผลที่เลือกลาวเป็นประเทศแรก เพราะลาวอยู่ในสถานะอันเป็น "ประธาน" ภายในภาคีแห่งกลุ่มอาเซียน



จากนั้น ไทยก็เป็นประเทศที่ 2

อาจเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับไทยมี "แรงงาน" เป็นสะพานเชื่อมเรื่องแรงงานจึงได้รับการชูขึ้นสูงเด่น

ขณะเดียวกัน เนื่องจากนับแต่ JUNTA ได้มีการเผด็จอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะภายหลังการเลือกตั้งอันมากด้วยปัญหาในเดือนสิงหาคม 2531 เป็นต้นมา ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งเป็นอย่างสูง

ไม่เพียงแต่ชาวเมียนมาเท่านั้นจะลี้ภัยออกนอกประเทศ หากแต่ชนเผ่าน้อยจำนวนมากก็ได้รับแรงสะเทือนจากการกดขี่ ปราบปราม

"ศูนย์พักพิงชั่วคราว" บริเวณชายแดนจึงปรากฏขึ้นจำนวนมาก

เมื่อพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนขึ้นเป็นรัฐบาลแรกในรอบ 50 ปี

ภาระหน้าที่สำคัญก็คือ การเยียวยา บาดแผลจาก "อดีต"

ไม่ว่าในเรื่อง "แรงงาน" โดยเฉพาะที่รวมกันอยู่ ณ จังหวัดสมุทรสาคร ไม่ว่าในเรื่อง "ผู้ลี้ภัย" โดยเฉพาะชนเผ่ากะเหรี่ยงจำนวนเกือบ 10,000 คน

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องที่รัฐบาล NLD จักต้องชำระ สะสาง

ขณะเดียวกัน จากการแถลงของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับงานด้านเศรษฐกิจ ยอมรับว่าจะมีการเจรจาในเรื่องอันเกี่ยวกับความร่วมมือโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจทวาย

เพราะนี่คือ ผลประโยชน์ "ร่วม" อันทรงความหมาย

ไม่เพียงแต่รัฐบาลไทยเท่านั้นที่ต้องการเห็นความคืบหน้า หากกลุ่มอาเซียนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ เวียดนาม เป็นต้น ล้วนอยากเห็นพัฒนาการ

ยิ่งจีน ยิ่งญี่ปุ่น ยิ่งทอดตามองด้วยใจอันจดจ่อ

ความปรารถนาโดยพื้นฐานมิได้เป็นการเรียกร้องอะไร เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาล นายติน จ่อ สานต่อจากที่รัฐบาล นายเต็ง เส่ง ริเริ่มไว้ก็ยอดเยี่ยมอย่างยิ่งแล้ว

นี่คือเป้าหมายทาง "เศรษฐกิจ" อันสัมพันธ์กับ "การเมือง"

โลกยุคใหม่ โลกแห่งศตวรรษที่ 21 จึงเป็นโลกอันสะท้อนความเป็น "หมู่บ้าน" ใหญ่ ที่ดำรงอยู่อย่างมีการยึดโยงระหว่างกัน

การ "ปิดประเทศ" ของ JUNTA ในอดีตจึงเป็น "ฝันร้าย" การ "เปิดกว้าง" และเชื่อมสายสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านและนานาชาติจึงเป็นความจำเป็นและต้องรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น มั่นคง

บทเรียนการ "แช่แข็ง" ในยุคแห่ง JUNTA จึงไม่มีใครอยากหวนกลับไป
         อาสาหาข่าว
         ...20/6/59

Sunday, June 19, 2016

อ.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน: ลูกกษัตริย์ถูกอำมาตย์คุม-เตรียมปลุกนักฆ่า-และคสช. วางเกมอยู่ยาว June 20, 2010

 

.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน: ลูกกษัตริย์ถูกอำมาตย์คุม-เตรียมปลุกนักฆ่า-และคสช. วางเกมอยู่ยาว June 20, 2010

https://youtu.be/dqzP28Athfo

https://youtu.be/4H3bzIRIpls

https://youtu.be/9xynIKVO-wM

 

 

---------------------

***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

อรรถชัย อนันตเมฆ ถึง โรส ลอนดอน: มันไม่ใช่วิจารณ์ ไม่ได้ แต่ ไม่ใช่ต้องมาพูดเวลานี้ ...

มันไม่ใช่วิจารณ์ ไม่ได้ แต่ ไม่ใช่ต้องมาพูดเวลานี้ ...



เรากำลังทำสงคราม ..กับ ศัตรูของประชาชนส่วนใหญ่..
ต้องเลือกเป้าหมาย เลือกมิตรเลือกศัตรูให้เหมาะ ไม่ใช่พูดไปโดยไมคิด เป็นรายวัน

การรบต้องมีเป้าหมายเดียว ไม่ใช่เห็นอะไรก็ท้ารบขัดขวางไปทั่ว ทุกเป้าหมาย ต้องเลือก อะไรก่อน อะไรหลัง
ราต้องการแนวร่วม ต้อง แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง ในมวลมิตร สร้างกำลังไปในทิศทางเดียวกันเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด
ตำราเขาว่าไว้ " สำคัญคือต้องรบทีละสมรภูมิ " ไม่ใช่ เปิดศึกมันเสียทุกด้าน แม้แต่กองทัพที่เข้มแข็งที่สุด ยังไม่ทำ ..

โรสลองไปศึกษาประวัติศาสตร์ ที่ เหมา ทำปฏิวัติจีน แม้แต่เลือกรบร่วมกันกับเจียงไคเช็ค เพื่อต่อต้านญี่ปุ่น เค้าก็ ทำ

เป้าหมายสูงสุดของโรสคืออะไร ...?? ไปตอบตัวเองก่อน แล้วเลือกที่ละเป้าหมาย ไม่ใช่ทำไปกร้อมๆ กันโดยไม่คิ้ดจะรับผิดชอบผลของความพ่ายแพ้

เรื่องที่โรสและเพื่อนออกมาพูด คิอว่ามันเป้นเรื่องใหม่หรือ คนที่อยู่ในสมรภูมิเขาเจ็บจริงตายจริงยิ่งกว่าโรส นึกหรือว่าเขา่ไม่รู้ มัน อยู่ในใจเราทุกคน ...
แต่ทำไมเราไม่พูด ...
ไม่ใช่เราเอาใจใคร แต่เพราะ ต้องเลือกจะพูดให้เหมาะสมกับสถานะการณ์ และ เวลา พูดไปเกิดประโยชน์ อะไร ได้อะไร บวกหรือลบต้องรู้

ศัตรูตัวใหญ่อยู่ข้างหน้า สมรภูมิ นี้เลือกรบกับใคร ..
จะรบกันเองหรือศัตรู

หลายคน ออกมานำมวลชน แล้วตั้งใจหรือไม่ต้งใจ ก็แล้วแต่ ...
แต่รู้ไหมมันคือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ พดเอามัน เรียกแฟนคลับไปวัน ๆ มันต้องคำนึงถึงแนวทาง ยึุทธสาสตร์ ยุทธวิธี มีไหม ...
หลายคน ไม่เข้าใจบริบทว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ทำอะไร
แม้แต่คำว่า ศัตรู หรือ มิตร ทางยุทธศาสตร์ มันหมายความว่าไงยังไม่รู้ ...???

ที่เค้าซัด คุณเป้นฝ่ายตรงกันข้ามถูกแล้ว ...แม้ไม่บอกคุณคือฝ่ายตรงกันข้ามคุณก็เป็น ตามความหมาย ทางพิชัยสงคราม

เพราะคำว่าศัตรูทางยุทธศาสตร์ นั้น มันไม่ได้หมายความถึง เพื่อน หรือคนรู้จัก ...แต่มันหมายถึงคนที่ขัดขวางแนวทางที่จะนำไปสู่ชัยชนะ ยิ่งทำประโยชน์ให้ศัตรูแล้ว เขาเรียกฝ่ายตรงกันข้ามทั้งนั้น ไม่ได้หมายถึง เพื่อน
และ ไม่มีอะไรเป้นเรื่องของอารมย์ ความเกลียดชัง
ศัตรู หรือ มิตร ยังขึ้นอยู่กับสมรภูมิ ...
เช่น ตอนจีน รบ ญี่ปุ่น เหมา กับ เจียงไคเช๊ค เป็นมิตรกันในสมรภูมิรบญี่ปุ่น แต่ ในเวลาเดียวกัน ก็ เป็นศัตรูกัน ในสมรภูมิ ปฏิวัติจีน
สองคนไมไ่ด้เกลียดกัน แต่ ทำเพื่อ เป้าหมายสูงสุด เป็นเรื่องคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ อารมย์ ...

จะสร้างบ้านใหม่ ต้อง ร่วมใจกันรื้อบ้านเก่้าก่อน ....
เอาไว้รือ้บ้านเก่าเสร็จแล้ว ...ค่อยมาเถียงกัน ว่า จำสร้างบ้านใหม่อย่างไร ตอนนี้เราต้องการ คนช่วยรือบ้านเก่า ...
ไม่ใช่ มาชวนคุยเรื่องสร้่่างบ้านใหม่อย่างไร ...ให้เสียแรงงาน รือเสรดแล้วเวลานั้น มีเวลาคุยกันได้อีกนาน

ในเรื่องการแสดงความคิดเห็นทำได้ นะ โดยไม่ทำลายแนวทางของคนอื่น ไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีอะไรดีกว่าที่จะนำเสนอ ก็ แค่ เลี้ยวออกไป ไม่ใช่ทำลายแนวทาง

ยกเว้นว่า ....มีแนวทางที่ดีกว่า ...
ถ้ามีอะไรดีกว่า พูดออกมาเลย ให้มวลชนเลือก ว่าจะเอาแบบไหน
ถ้าไม่มี ....จะเท่ากับชวนคนหยุดอยู่กับที่
แบบนั้นละครับที่มันแย่ ....
ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี มันไม่มีดีที่สุดครับ ชนะกันได้ก็ แค่ ดีกว่าเท่านั้นเอง ...
เข้าใจยัง..

ทหารช่างมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง กลุ่มอาชีวะฯ เพื่อพิทักษ์สถาบันกษัตริย์

ข่าววงใน บอกให้ประกาศกันทั่วว่า การจัดตั้งกลุ่มอาชีวะ และประชาชนพิทักษ์สถาบันฯ นั้น ทหารช่างมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง



ในขณะที่การคณะสงฆ์กำลังเจอมรสุมจากภาครัฐ อิสลามรุกลึก เชิงกฎหมายและอำนาจรัฐ...??

โดย ศักรินทร์ เข็มทอง


​ในขณะที่การคณะสงฆ์กำลังเจอมรสุมจากภาครัฐ อิสลามซึ่งแม้เป็นเพียงชนส่วนน้อยก็ผลักดันกฎหมายเอื้อประโยชน์ต่อศาสนาของเขาได้อย่างยั่งยืนและมากมาย
................
หลายคนบอกว่าช่วงที่รัฐบาล คสช.บริหารประเทศ และมี สนช. หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นช่วงเวลาทองสำหรับผลักดันกฎหมายดีๆ ที่คั่งค้างมานาน หรือไม่สามารถขับเคลื่อนได้ในช่วงที่นักการเมืองบริหารประเทศ 
ด้วยเหตุนี้ประชาคมต่างๆ ไม่เฉพาะหน่วยงานภาครัฐ จึงพากันเสนอร่างกฎหมายที่สำคัญๆ เข้าสู่กระบวนพิจารณาของ สนช.และรัฐบาลเป็นจำนวนมาก

รวมทั้งประชาคมมุสลิมในประเทศไทยที่ไม่ได้มีกฎหมายใหม่ๆ รองรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ มาเนิ่นนานแล้ว

เมื่อวันอังคารที่ 20 ม.ค.58 ในกิจกรรม "สมาชิกสภานิติบัติญัติแห่งชาติพบประชาชน(มุสลิม)" ที่ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ย่านคลองตัน ซึ่งมี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 เป็นประธาน ได้มีการมอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) 5 ฉบับเกี่ยวกับอิสลามให้ สนช.โดยผ่านรองประธานฯพีระศักดิ์

ทั้งนี้ร่างกฎหมาย 5 ฉบับที่มีการนำเสนอเพื่อให้ สนช.บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ คือ 1.ร่างพ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.... ซึ่งเป็นร่างแก้ไขกฎหมายเดิม 2.ร่าง พ.ร.บ.ฮาลาล เป็นร่างกฎหมายใหม่ ประเทศไทยยังไม่เคยมีมาก่อน สาระสำคัญเพื่อจัดระบบและองค์กรที่รับผิดชอบเกี่ยวกับฮาลาลในประเทศไทย

3.ร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงินอิสลาม ซึ่งไม่ใช่แค่ธนาคารอิสลาม 4.ร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการใช้หลักอิสลามในคดีครอบครัวและมรดก ซึ่งจะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 และ 5.ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจญ์ พ.ศ.... ซึ่งเป็นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ พ.ศ.2524

นายทวีศักดิ์ หมัดเนาะ นักวิชาการอิสระ อดีตกรรมการบริหารสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ... กล่าวว่า การเสนอร่างกฎหมายก็เพื่อให้การบริหารองค์กรทางศาสนาเป็นไปตามหลักการอิสลามที่ถูกต้องเหมาะสม และเป็นการสร้างพื้นที่ให้กับจุฬาราชมนตรี รวมทั้งคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่จะนำมาซึ่งข้อครหา และเป็นการปิดพื้นที่การหาผลประโยชน์ส่วนตัวบนการให้ตราฮาลาลกับสินค้าและผลิตภัณฑ์อีกด้วย!!!

O สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลามฉบับใหม่ คืออะไร?

อันดับแรก เสนอให้มีการตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาอีกองค์กรหนึ่งชื่อว่า "มัจลิซซูรอ" หมายความว่าเป็นนักปราชญ์ทางด้านศาสนาอิสลาม ถือเป็นองค์กรใหม่ ทำหน้าที่ทางด้านกำกับดูแลในเรื่องศาสนาและจริยธรรมของสังคมมุสลิม ซึ่งปัจจุบันไม่มี

การตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาก็เพื่อทำหน้าที่กำกับ ดูแล วินิจฉัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและจริยธรรมทางสังคมเพียงอย่างเดียว โดยมีท่านจุฬาราชมนตรีเป็นประธาน ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิของท่านจุฬาฯ ที่ผ่านมาไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องการบริหารด้านสังคมด้วย แต่คณะใหม่ที่่เสนอจะมีหน้าที่โดยตรง

อันดับสอง แยกบทบาทความรับผิดชอบทางด้านการบริหารกับศาสนาออกจากกันอย่างชัดเจน โดยที่แยกหน้าที่ และแยกคณะผู้รับผิดชอบด้วย อย่างที่เรียนไปข้างต้น โดยการบริหารนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ตรงนี้ในการแยก แยกบนความถนัด ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกัน เราบอกว่านักการศาสนาก็ต้องเชี่ยวชาญด้านศาสนา

ฉะนั้นองค์ประกอบของคณะมัจลิซซูรอ ก็ต้องจบด้านการศาสนาสาขาต่างๆ แล้วก็มีประสบการณ์ในการสอนหรือประสบการณ์ด้านงานวิชาการมาไม่น้อยกว่า 20 ปี

ในส่วนคณะกรรมการกลางอิสลามฯ จำนวน 15 คน ใน 15 คนนี้ต้องมี 3 คนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนา เพื่อเอาไว้คอยกำกับหางเสือให้กับคณะกรรมการกลางฯ ในเวลาที่กำหนดนโยบายต่างๆ หรือว่าการปฏิบัติงานอะไรต่างๆ ก็ให้อยู่ในกรอบของศาสนาด้วย ส่วนอีก 2 ท่านกำหนดไว้ว่า จะต้องเป็นผู้ที่จบสายสามัญ เช่น นิติศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ไอที เศรษฐศาสตร์ เป็นต้น และจะต้องมีประสบการณ์การทำงานๆ ไม่น้อยกว่า 20 ปีเช่นกัน

เพราะฉะนั้นความเชี่ยวชาญตามความถนัดเฉพาะด้านก็เกิดขึ้น คนที่ทำหน้าที่บริหารก็จะต้องมีวิชาชีพ มีประสบการณ์ทางด้านบริหาร คนที่ทำงานด้านศาสนาก็ต้องมีประสบการณ์ในด้านศาสนา อันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่

อันดับสาม ในเรื่องการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่ง แต่เดิมใช้วิธีการลงมติเสียงส่วนใหญ่ โดยเป็นวิธีทางการเมือง ซึ่งในทางศาสนาบอกว่ายังไม่ถูกต้อง ที่ถูกคือต้องใช้วิธีการปรึกษาหารือ ประนีประนอม ภาษาอาหรับทางศานาเรียกว่า วิธี "มูชาวอเราะห์" ให้นำมาทดแทนวิธีการเลือกตั้ง

เพราะฉะนั้น ร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอให้แก้ไขใหม่นี้ ได้นำเอาหลักการศาสนาที่เรียนไปนั้นมาปรึกษาหารือกันกับคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่ง

ข้อเสียของการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะระดับไหนก็แล้วแต่ คนที่จะได้ตำแหน่งต้องมาจากเสียงส่วนใหญ่ แน่นอนเสียงส่วนน้อยก็เสียสิทธิ์ หรือที่ร้ายไปกว่านั้น มันเกิดความขัดแย้งในสังคม โดยเฉพาะในสังคมกลุ่มชนเล็กๆ พอมันไม่ลงรอยกัน แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย มันอยู่ด้วยกันไม่ได้สังคมก็ไม่มีความสงบสุข

ถ้าเรายกเลิกวิธีการเลือกตั้ง หรือการลงมติด้วยเสียงส่วนใหญ่ แล้วนำวิธีมูชาวอเราะห์ มานั่งพูดคุย ปรึกษาหารือ เห็นด้วยไม่เห็นด้วย สุดท้ายแล้ว เราบอกว่าคนนี้เหมาะสมแล้วที่จะดำรงตำแหน่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ไม่ว่าจะเป็นมัจลิซซูรอ หรือคณะกรรมการกลางฯ คณะกรรมการประจำจังหวัด อำเภอ หรือประจำมัสยิด ถ้าคนปรึกษาหารือร่วมกัน และเป็นที่ตกลงยินยอมพร้อมใจกัน ความขัดแย้งในสังคมก็จะไม่มี

O ฟังดูแล้วเป็นการคิดแก้ไขจากส่วนกลางเป็นหลัก แล้วพื้นที่อื่นๆ ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ อย่างพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้จะได้รับการยอมรับหรือไม่?

ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะประการที่ 1 เรานำเอาหลักการศาสนามาใช้ ดังนั้นไม่มีมุสลิมคนไหนปฏิเสธหลักการศาสนา เพราะถ้าปฏิเสธหลักการศาสนา คุณก็จะมีปัญหา จะถูกตั้งคำถาม เมื่อนำเอาหลักการศาสนามาใช้ในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่ง นักการศาสนาหรือมุสลิมทุกคนย่อมไม่ปฏิเสธ

ประการที่ 2 ในร่าง พ.ร.บ.นี้กำหนดให้บทบาทอำนาจหน้าที่ขององค์กรศาสนามีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่เดิมไม่เคยเขียนว่าผู้ที่มีหน้าที่ทางศาสนา ผู้มีอำนาจบริหาร โดยเฉพาะคณะกรรมการกลางฯ มีหน้าที่อะไรที่จะทำเพื่อสังคมบ้าง แต่ร่างนี้เขียนว่ามีความคาดหวังจากสังคมอย่างน้อยที่สุด 5 ประการที่คณะกรรมการกลางฯจะต้องทำให้มันเกิดประโยชน์ต่อสังคม ที่ผ่านมาไม่เคยมีเขียนไว้ แต่วันนี้มีเขียน มันก็กลายเป็นข้อบังคับ ถ้ามีในกฏหมายว่าจะต้องปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติตาม เขาก็ผิดกฏหมาย

ภารกิจหลักกับสังคม 5 ประการมีอะไรบ้าง 1.สังคมอยากจะรู้ว่าประชากรมุสลิมทั่วประเทศ ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ มีจำนวนเท่าใด เพื่อจะนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาได้ 2.อยากจะให้คณะกรรมการกลางฯและผู้นำองค์กรศาสนาอิสลามทุกระดับ มาดูแลรับผิดชอบกันอย่างจริงจังเสียที ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาในเรื่องการศึกษา เพราะฉะนั้นกฏหมายที่เสนอแก้ไขนี้ก็เลยบังคับว่า คณะกรรมการกลางฯ จะต้องจัดตั้งสถาบันผู้นำ เพื่ออย่างน้อยทำหน้าที่ตรงนี้อย่างชัดเจน

3.คาดหวังว่าคณะกรรมการกลางฯจะต้องเข้ามาแก้ไขปรับปรุงในเรื่องของกิจการฮัจย์ และอีกอย่างการจัดเก็บและบริหารกองทุนซะกาตให้มีประสิทธิภาพ

4.ต้องการให้คณะกรรมการกลางฯเข้ามาดูแลเรื่องของฐานข้อมูลทรัพย์สินที่เป็นสาธารณสมบัติ เช่น มัสยิดทั่วประเทศมีกี่แห่ง มีทรัพย์สินเท่าไร ที่ดินบริจาคที่มีผู้มอบให้กับมัสยิด มอบให้กับมูลนิธิทางด้านศาสนามีทั้งหมดเท่าไร

ทั้งนี้ เท่าที่ประเมินจากที่คณะทำงานประเมินคร่าวๆ มีขนาดรวมกันนับแสนล้านบาท ในเชิงเศรษฐศาสตร์เราสามารถนำเอาทรัพย์สินเหล่านี้มาใช้กระบวนการวิธีการบริหารทางการเงิน เพื่อจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศษรฐกิจต่อสังคมได้ สังคมที่ว่าไม่ใช่แค่สังคมมุสลิมเท่านั้น แต่คือสังคมของประเทศไทยทั้งหมด

ทรัพย์สินแสนล้านบาท นำมาออกพันธบัตร แล้วนำเงินที่ได้ไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ถนน สาธารณูปโภคอื่นๆ พัฒนาการขนส่งต่างๆของประเทศ หรือรวมทั้งอาจจะจะนำไปใช้เป็นไฟแนนช์ เมกะโปรเจคของรัฐบาลก็ทำได้ แต่สิ่งเหล่านี้ มันไม่เคยเกิดขึ้น เพราะเมื่อกฏหมายไม่ได้บังคับว่าใครจะต้องทำ โดยเฉพาะองค์กรศาสนา ก็ไม่มีใครคิดที่จะทำ แต่วันนี้ถ้าร่างกฏหมายฉบับนี้กำหนดให้ไปทำ เขาก็ต้องทำ

5.เป็นเรื่องที่คณะกรรมการกลางฯชุดปัจจุบันทำดีอยู่แล้ว ก็คือเรื่องการบริหารกิจการฮาลาล แต่ปัญหาคือที่ทำอยู่ในปัจจุบันนั้น ดูว่าไม่โปร่งใส ยกตัวอย่างเช่น มีการไปเรียกร้องเงินค่าตอบแทนจากการออกตราฮาลาลอย่างไม่สุจริต แล้วนำเงินนั้นมาเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง

เพราะฉะนั้นความคาดหวังของสังคมอย่างน้อย 5 ประการที่เรียนไป คณะกรรมการกลางฯ และผู้บริหารต้องทำให้เป็นจริงขึ้นให้ได้ เนื่องจากมีเขียนกำหนดในกฎหมาย ที่ผ่านมาไม่มีการเขียนกำหนด จึงไปเลือกทำในสิ่งที่ได้ประโยชน์เป็นตัวเงิน เช่น เรื่องฮาลาล แล้วก็ทำกันเป็นที่สนุกสนาน แต่เรื่องอื่นด้อย เรื่องอื่นย่อหย่อน และนั้นทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาสังคมของเรา

O ตรงนี้จึงเป็นที่มาของข้อเสนอที่ว่า คณะกรรมการกลางฯต้องทำรายงานประจำปีด้วย?

ใช่ครับ ประเด็นที่เกิดขึ้นใหม่ก็คือ เมื่อเราแยกอำนาจหน้าที่ด้านบริหารกับด้านศาสนาออกจากกัน เราต้องการให้นักการศาสนา ผู้นำทางศาสนา เป็นผู้มีคุณธรรมอันสูงส่ง รวมทั้งจุฬาราชมนตรีด้วย และได้รับการยกย่องเชิดชู ได้รับความเคารพด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีข้อเคลือบแคลงหรือมีมลทินว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่ถูกต้อง

แน่นอนว่ามันก็จะมีกระบวนการในการตรวจสอบ ร่าง พ.ร.บ.นี้สร้างเครื่องมือในการตรวจสอบประเมินผล เช่น กำหนดให้จะต้องมีการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบภายนอก ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบมืออาชีพ มาทำการตรวจสอบฐานะทางการเงิน มาตรวจสอบงบประมาณ งบดุลขององค์กร ซึ่งได้แก่คณะกรรมการกลางฯ และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

และที่สำคัญต่อมาจะต้องมีจัดการประชุมแถลงผลงานประจำปีอย่างน้อยปีละครั้งภายในเดือน มี.ค.ของปีนั้นๆ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า ทรัพยากรทั้งหมดที่สังคมมีอยู่เงินทองมาจากไหน มีรายได้จากอะไร รายได้ตรงนั้น ทรัพยากรตรงนั้น นำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เป็นจำนวนเงินเท่าไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานเกิดประโยชน์อะไรบ้างกับสังคม หากได้มาอย่างไม่ถูกต้อง หรือได้มาแล้วนำไปบริหารผิดเจตนารมณ์ ผิดวัตถุประสงค์ สังคมไม่ได้ประโยชน์ สังคมก็จะมีกระบวนการในการลงโทษ

เขียนโดย ศักรินทร์ เข็มทอง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ วิกฤติศรัทธาจะนำพาชาติล่มจม รายการชี้ผิดชี้ถูก 19 มิถุนายน 2559

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ   วิกฤติศรัทธาจะนำพาชาติล่มจม   รายการชี้ผิดชี้ถูก 19 มิถุนายน 2559

https://www.youtube.com/watch?v=o8-g2l1UAX8

https://youtu.be/MfYSlKohqHA

https://youtu.be/QBTO5QtRbLI

https://youtu.be/w04iQhWaGCw

——————————



***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

 

**********************************

""การศึกษา"รัฐไทย. ฝังชิฟ"แยกดินแดน"ให้นร.ไทยมุสลิม" จอม เพชรประดับ JomVoice

""การศึกษา"รัฐไทย. ฝังชิฟ"แยกดินแดน"ให้นร.ไทยมุสลิม" 
จอม เพชรประดับ JomVoice


แล้วราชวงศ์จักรี ก็ใช้แผนขวาพิฆาตซ้ายอีกครั้ง!! เครือข่ายอาชีวะฯ กว่า 24 สถาบัน รวมตัวเดินรณรงค์แสดงความจงรักภักดีพระมหากษัตริย์

แล้วราชวงศ์จักรี ก็ใช้แผนขวาพิฆาตซ้ายอีกครั้ง!!

เครือข่ายอาชีวะฯ กว่า 24 สถาบัน รวมตัวเดินรณรงค์แสดงความจงรักภักดีพระมหากษัตริย์

https://youtu.be/-dk7h8Jg7FY

 

 https://youtu.be/-dk7h8Jg7FY

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ทำไมรัฐมนตรีทหารและข้าราชการ (เก่า) ทำงานไม่เวิร์ก :...



ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ทำไมรัฐมนตรีทหารและข้าราชการ (เก่า) ทำงานไม่เวิร์ก :...

http://www.tprud.org/2016/06/blog-post_808.html


https://www.youtube.com/embed/Bl5Eq8ONA4U