When the mainstream media are being influenced and dictated by the ruling elites and the tyrannical royal government, this is a blog that collects and presents resources on Thai politics from alternative and foreign sources.
Tuesday, August 18, 2015
แถลงการณ์ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษชน เรื่อง ผลกระทบของระบอบเผด็จการไทย ที่ต้องถูกควบคุมและแก้ไขโดยด่วน

แถลงการณ์ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษชน เรื่อง ผลกระทบของระบอบเผด็จการไทย ที่ต้องถูกควบคุมและแก้ไขโดยด่วน
วันที่ 18 สิงหาคม 2558
ถึงพี่น้องชาวไทยทั่วโลก และผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อญาติมิตรของผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน จากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 อันมีผลทำให้ผู้บริสุทธิ์ ต้องเสียชีวิตกว่า 20 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 100 ราย และขอประนามผู้ก่อเหตุครั้งนี้อย่างรุนแรงที่สุด ที่ได้หันไปใช้ความรุนแรงบนความเสียหายของผู้บริสุทธิ์บนท้องถนน อย่างไร้สติและมโนธรรม
ท่านที่เคารพทั้งหลาย สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยวันนี้ มันมาไกลเกินกว่าที่สังคมโลกจะเมินเฉยได้ หากประเทศที่เคยอยู่ในฐานะที่หลายชาติเคยอิจฉาอย่างประเทศไทย สามารถกลายสภาพเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนได้เช่นนี้ โรคร้ายอันนี้ อาจจะลามไปยังอีกหลายประเทศ คนที่ทำให้เกิดโรคร้ายนี้และฉวยประโยชน์จากมันนั้น จะต้องถูกเผยโฉม ประนาม และสกัดกั้นไม่ให้เป็นภัยต่อสังคมมนุษยชนอีกต่อไป
ทำไมความรุนแรงจึงเกิดขึ้นและพัฒนามาถึงจุดน่าตกใจที่สุดในวันนี้?
ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพราะการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและกว้างขวางนั้น เป็นผลมาจากความขัดแย้งหรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองแทบทั้งสิ้น คำตอบที่ตรงและถึงรากของมันอย่างแท้จริงเท่านั้น จะทำให้เราเข้าใจปัญหาและหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดได้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันนี้นั้น แม้ว่าจะต้องมีการพิสูจน์ตามกระบวนการของผู้เชี่ยวชาญก่อน แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับกันด้วยเหตุผลและหลักฐานที่ชัดแจ้งแล้ว ก็คือ ระบอบเผด็จการไทย ที่อ้างอำนาจของสถาบันกษัตริย์ไทยเป็นความชอบธรรม เหนือรัฐธรรมนูญ และเหนือการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์นั้น ได้ล้มอำนาจของประชาชนมาตลอด นับยี่สิบครั้งในช่วงแปดสิบปีนี้ และทหารของพระราชาไทย ได้ทำงานอย่างแข็งขันเสมอมา ในการแสดงความจงรักภักดี และปกป้องการคงอยู่ของสถาบันกษัตริย์ แต่กลับทำลายกฎกติกาตามหลักประชาธิปไตยเสียอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยยึดอำนาจตามวิถีประชาธิปไตยของปวงชนชาวไทย แล้วเอาคนของเครือข่ายพระราชาไทยเข้ามาใช้อำนาจกันอย่างไร้ความเป็นธรรม เป็นเผด็จการอภิสิทธิชน ทำลายสิทธิมนุษยชนทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติ และทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมด้วยกระบวนการยุติธรรมแบบสองมาตรฐาน โดยไม่เห็นค่าความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียมกันและไม่เคารพหลักการสากลที่ชาวโลกถือปฏิบัติ
ความรุนแรงและความตกต่ำของประเทศไทยในทุกด้าน ตลอดช่วงสิบปีหลังนี้ แสดงให้เห็นว่า การเป็นเผด็จการทหารของพระราชา ที่มีอาวุธพร้อมสังหารประชาชนเจ้าของเงินภาษีที่จ้างพวกเขา และมีอำนาจอันล้นฟ้าของกษัตริย์ภูมิพลไว้คอยค้ำหัวให้ทำชั่วแบบไม่ต้องรับผิด พร้อมกับมีเครื่องมือในทุกกลุ่มผลประโยชน์มาร่วมปล้นและใช้อำนาจของปวงชนอย่างย่ามใจ ภายใต้ระบอบการปกครองที่กษัตริย์ได้ยกตนขึ้นอยู่เหนืออำนาจอธิปไตย เหนือกฎหมาย และครอบงำอำนาจอื่นใดทั้งมวลในประเทศนี้นั้น ทำให้รัฐบาลเผด็จการทหารไทยและเครือข่ายพระราชาไทย กล้าทำชั่วมากมาย จนเกิดความผิดพลาดและเสียหายอันเลวร้ายหลายประการ จนบ้านเมืองก้าวมาสู่จุดที่ไหลลงสู่ก้นเหวแห่งหายนะ จนมีผู้ถูกกระทบกระเทือนกันทั่วหน้า ทั้งคนไทย และแม้แต่เพื่อนต่างชาติ ดังกรณีของผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ ซึ่งอาจจะเป็นชนวนสำคัญของการลอบวางระเบิดครั้งนี้ ดังนั้น ยิ่งเผด็จการในระบอบราชาธิปไตยไทยสืบต่ออำนาจต่อไปบนความเสียหายอันใหญ่หลวง ทางออกที่ใช้สันติวิธีย่อมตีบตันลงไปทุกที และความรุนแรงย่อมจะเพิ่มระดับยิ่งขึ้น เพราะความไม่พอใจหรือความแค้นของผู้ที่ถูกกระทบกระเทือนที่ถึงจุดเดือดเพิ่มขึ้นไปด้วยทุกขณะ
ดังนั้น ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียกร้องให้คนไทยทุกหมู่เหล่า และท่านผู้นำประเทศต่าง ๆ จากทั่วโลก โปรดช่วยกันกดดันอย่างหนักให้รัฐบาลเผด็จการทหารไทย และกลไกของระบอบราชาธิปไตยไทย ต้องคืนอำนาจให้กับปวงชนชาวไทยอย่างจริงจังโดยเร็ว โดยให้ประชาชนร่วมกันร่างพิมพ์เขียวสำหรับการสร้างชาติใหม่ ด้วยการอาศัยความช่วยเหลือและคุ้มครองจากมิตรประเทศ ให้กระบวนการถ่ายเทอำนาจสู่มือประชาชนและการกำหนดก้าวต่อไป เป็นไปอย่างอิสระและสอดคล้องกับหลักการเสรีประชาธิปไตย และสนับสนุนการกำจัดอำนาจของสถาบันกษัตริย์ที่เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างชัดแจ้ง แล้วผลักดันให้ประเทศไทยพ้นจากวงจรอุวาทว์ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีและสร้างความหวังแก่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในการสร้างประชาธิปไตยและวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนได้ในที่สุด
ขอแสดงความนับถือ
ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน
1268 Grant Avenue, 3rd Floor, San Francisco, CA 94133
Website: http://tahr-glogal.org
Email: president@tahr-global.org
สิ่งที่คนไทยต้องจำ ว่าด้วย การระเบิดที่ราชประสงค์
Monday, August 17, 2015
สหรัฐแสดงความเสียใจเหยื่อเหตุวางระเบิดที่ราชประสงค์เตือนชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
"ระเบิด"แยกราชประสงค์ ตายเกลื่อน. กลุ่มไหนทำ? เพื่ออะไร? (จอม เพชรประดับ)
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส วิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล คสช.ที่บริหารประเทศจนเกิดความเสียหายและมีความพยายามที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป ทางเดียวที่จะคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงแบบนี้ไม่ให้ลุกลามและเกิดขึ้นอีกในอนาคตคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช. ทั้งหมดจะต้องลงจากตำแหน่ง. ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติกล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นฝีมือกลุ่มใดและต้องการอะไร แต่บอกได้ว่า เป็นกลุ่มที่ไม่ธรรมดา เพราะเลือกทำในช่วงเวลาที่อยู่ระหว่างความวุ่นวายทางการเมือง การโยกย้ายแต่งตั้ง และความขัดแย้งทางการเมือง และการเลือกสถานที่ก่อเหตุซึ่งเป็นใจกลางทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย. ขณะที่ นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช.วิเคราะห์ว่า ประเด็นเรื่องที่กลุ่มก่อการร้ายสากลที่จะใช้ ไทยเป็นเป้าหมายเพื่อก่อเหตุ หรือ เป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้นั้น น่าจะมีน้ำหนักน้อย น่าจะมาจากความขัดแย้งภายในประเทศมากกว่าแต่จะเป็นกลุ่มไหนอย่างไร เร็วเกินไปที่จะสรุป แต่ชัดเจนว่า ผู้ที่กระทำนั้นต้องการทำลายเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประเทศในขณะนี้.
คำประกาศองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ต่อกรณีระเบิดที่ราชประสงค์
ทางออกประเทศไทย อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน 17 ส.ค. 2558 ตอน ระเบิดนี้ ใครให้ประเทศไทย???
Sunday, August 16, 2015
อาการเวียนหัวแบบบ้านหมุน อาจเป็นเพราะ มีหินในหู มีวิธีแก้ไข ดังนี้
เรื่อง ขอเชิญเข้าร่วมประชุมสมัชชาของปวงชนชาวไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
รัฐประหารในประเทศไทย ข้อมูลจาก Wikipedia
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3
รัฐประหารในประเทศไทย[แก้]
คณะรัฐประหารของไทยที่ก่อการสำเร็จ มักจะเรียกตนเองหลังก่อการว่า "คณะปฏิรูป" หรือ "คณะปฏิวัติ" เพื่อให้มีความหมายไปในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม มีผู้เสนอว่าการ "ปฏิวัติ" หรือ "อภิวัฒน์" (revolution) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองนั้น เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพียงครั้งเดียว จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy) เป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แต่ความเห็นอีกด้านหนึ่งกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะผสมผสาน ระหว่างการปฏิวัติกับการรัฐประหาร เนื่องจากมีการใช้กำลังทหาร ในการควบคุมบังคับ เพื่อระงับอำนาจของรัฐบาล ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว[ต้องการอ้างอิง]
ผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทยเป็นผลสำเร็จ ล้วนแต่มาจากฝ่ายทหารบกทั้งสิ้น[ต้องการอ้างอิง] ส่วนทหารเรือเคยพยายามก่อรัฐประหารมาแล้ว ในกรณีกบฏวังหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2492 และกบฏแมนฮัตตัน เมื่อปี พ.ศ. 2494 แต่กระทำการไม่สำเร็จ แล้วหลังจากนั้น ทหารเรือก็เสียอำนาจในการเมืองไทยไป[ต้องการอ้างอิง]
รายชื่อรัฐประหารในประเทศไทย[แก้]
- รัฐประหาร 1 เมษายน พ.ศ. 2476 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา
- รัฐประหาร 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 นำโดยพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ยึดอำนาจรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
- รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 นำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
- รัฐประหาร 6 เมษายน พ.ศ. 2491 คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 จี้บังคับให้ นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบตำแหน่งต่อให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
- รัฐประหาร 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
- รัฐประหาร 16 กันยายน พ.ศ. 2500 นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม
- รัฐประหาร 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร (ตามที่ตกลงกันไว้)
- รัฐประหาร 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 นำโดย จอมพลถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
- รัฐประหาร 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
- รัฐประหาร 20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
- รัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
- รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
- รัฐประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล (ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีหลังยิ่งลักษณ์ ชินวัตรถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง)
ทั้งนี้ บางตำราระบุว่า การปิดสภาผู้แทนราษฎร และงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2476 เป็นรัฐประหารครั้งแรกของไทย และมิได้แยกเหตุการณ์วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2491 เป็นรัฐประหารอีกครั้ง[ต้องการอ้างอิง]
อ้างอิง[แก้]
- กระโดดขึ้น↑ http://www.britannica.com/EBchecked/topic/140445/coup-detat
- กระโดดขึ้น↑ http://www.answers.com/library/Military%20History%20Companion-cid-19055
- กระโดดขึ้น↑ http://www.answers.com/library/US%20Military%20Dictionary-cid-19055
- กระโดดขึ้น↑ http://www.answers.com/library/Political%20Dictionary-cid-19055
คิดว่า เด็กคนนี้คือ ตัวแทน พุ่มพวง ดวงจันทร์...บนความต่างยุค ที่ละม้ายในความพิเศษ
เชิญร่วมโหวต เป้าหมาย ของการตั้งขบวนประชาชนปฏิวัติ (ด่วน)
คำว่า " ประชาธิปไตย แบบไทยๆ" คืออะไร?

คำๆนี้ ผมขอให้คำตอบแก่พ่อแม่ พี่น้องประชาชนคนไทยดังนี้:
๑. ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่เคยมีอยู่ในสาระบบของสากล และแม้แต่ในสารบบของโลก
๒. "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" คือวาทกรรมของนักการเมืองไทย มาหลายยุค หลายสมัย แต่หาแก่นสารไม่ได้เลย
๓. เป็นการใช้ "วาทกรรม เพื่อขายผ้าเอาหน้ารอดไป เป็นครั้ง และ เป็นคราว เท่านั้น
๔. " คำว่า "ประชาธิปไตย" หรือ "Democracy" ในภาษาอังกฤษ ไม่เคยเกิดมีขึ้นในประเทศนี้ราว ๘๐ - ๙๐ ปี ก่อนปีพ.ศ.๒๔๗๕
๕. คำว่า "ประชาธิปไตย" ไม่ใช่ต้นข้าว หรือ เมล็ดพันธุ์ข้าว ที่ใช้หว่านในท้องนา หรือ "เชื้อเห็ด" ที่เพาะขึ้น เพราะอาศัย "ฟางข้าว" เป็นที่เกาะเกี่ยว
๖. แต่ประชาธิปไตย เป็นเรื่องของ ความคิด ความสำนึกของ มนุษย์ผู้เจริญแล้ว ในสังคมไทย
๗. จะเกิดความเป็นประชาธิปไตยได้ ก็ต่อเมื่อ เรายกระดับ ของความคิด และ จิตใจของตัวเรา ให้ขึ้นไปถึง ระดับของ ความเป็นประชาธิปไตยในแบบสากล
๘. คำว่า "ประชาธิปไตย" ไม่ใช่ของไทย แต่เป็นเรื่องที่ "คณะราษฏร์" เป็นผู้นำเข้า จากการปฏิวัติยึดอำนาจในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ปีพ.ศ.๒๔๗๕ จนเป็นผลสำเร็จ
๙. ตรงนี้จึงยืนยันได้ว่า คำว่า " ประชาธิปไตย แบบไทยๆ" ไม่มีอยู่ในระบบของสากล นอกจากเป็น "วาทกรรมของนักการเมืองไทย" มาในหลายยุค และหลายสมัย เท่านั้น
๑๐. คำว่า"สำนึกของความเป็นประชาธิปไตย".พึ่งจะเกิดมีขึ้นในยุคสมัยนี้ แต่ยังอยู่ในระดับปริมาณเพียง 40% - 60% ของจำนวนประชาชนทั้งประเทศเท่านั้น
๑๑. เมื่อ"สำนึกของความเป็นประชาธิปไตย" ยังไม่อยู่ในลักษณะที่ จะชี้ชาดได้ในสังคมไทย เพราะในระดับของจำนวนประชากร ที่จะใช้ชี้ขาด เป็นปริมาณ ที่อยู่ในจำนวน ที่แตกต่างกัน ในระดับ 10% - 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งยังก้ำกึ่งกัน อย่างนี้
๑๒. จำนวนประชากร 10% - 20% ที่จะใช้เป็นเครื่องตัดสินชี้ขาด ยังแกว่ง และ พร้อมที่จะ swing ไปได้ทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่าย ที่เป็นประชาธิปไตย และ ฝ่าย ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
๑๓. การต่อสู้ช่วงชิงมวลชน จึงมีความเข้มข้นสูงในสังคมไทย และ ในการต่อสู้เพื่อช่วงชิงมวลชน รวมทั้งยังเป็นกรณี ที่พร้อม ที่จะแปรเปลี่ยน จากวิถีสันติ ไปสู่ วิถีแห่งความรุนแรง จนกลายไปเป็น "สงครามกลางเมือง หรือ Civil War" ได้ง่ายๆ
๑๔. คนไทยทั้งหลาย จึงต้องพึงสังวรณ์ ถ้าท่าน รักความเปลี่ยนแปลงให้เกิดมีขึ้น โดยใช้กรรมวิธีในวิถีทางแห่งสันติธรรม.
Saturday, August 15, 2015
วัฒนา เมืองสุข แฉหลักฐานกล้องวงจรปิด ยืนยัน การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยทหาร ของ คสช.
ข้อมูลที่ คสช.ต้องการ ตามที่พ.อ.วินธัยสุวารี โฆษก คสช.แถลงตอบกรณีผมถูกทหารคุกคามว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างให้เกียรติ เป็นลักษณะการเข้าไปประสานงานพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็น′ แต่ดูหลักฐานจากกล้องวงจรปิดแล้วช่วยตอบและยืนยันให้ประชาชนทราบอีกครั้งว่า 1.การ ใส่ชุดพรางบุกเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมกำลังอาวุธครบมือเพื่อถ่ายรูปทำแผนที่ สถานที่อยู่อาศัยโดยไม่ขออนุญาตเจ้าของบ้านคือการปฏิบัติแบบให้เกียรติของ คสช 2.ส่วนการไปครั้งที่สองในชุดนอกเครื่องแบบเพื่อถามข้อมูลการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านของผมก็คือการประสานงานและแลกเปลี่ยนความเห็นของคสช 3.วิธีการประสานงานพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของ คสช.คือการไปพูดคุยขอข้อมูลจาก รปภ แต่ไม่เคยคุยหรือแจ้งให้ผมซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลทราบ 4. ข้อมูลและความเห็นที่ คสช.ต้องการทราบคือความเคลื่อนไหวของผมเกี่ยวกับเวลาเข้าออกบ้าน 5. ผมเห็นว่าข้อมูลทั้งหมดที่ คสช ต้องการและวิธีการให้ได้มาซึ่งข้อมูลคล้ายกับที่พวกมิจฉาชีพทำและใช้ในการทำงาน นี่คือข้อมูลที่ คสช ต้องการโดยการประสานงานพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างให้เกียรติหรือครับ |
สะพัด! คลิป"ทักษิณ"ปลุกคนไทยต้านร่างรธน. เปรียบบ้านเมือง เหมือนช่วงล้างเผ่าพันธุ์
สะพัด! คลิป"ทักษิณ"ปลุกคนไทยต้านร่างรธน. เปรียบบ้านเมือง เหมือนช่วงล้างเผ่าพันธุ์
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 20:04:14 น.
Credit: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1439643911
|
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอบันทึกภาพการกล่าวปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านเว็บไซต์ยูทูบ หัวข้อ "คลิปล่าสุดอดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร พูดที่ประเทศฟินแลนด์" เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวในงานร่วมรับประทานอาหารกับคนไทยกลุ่มหนึ่งที่อาศัยในทวีปยุโรป ว่า ถ้าถามว่าวันนี้บ้านเมืองเราเป็นอย่างไร ผมถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา ทั้งที่จริงบ้านเมืองเราพัฒนาไปมากแล้ว แต่ 10 กว่าปีมานี้ถือว่าถอยหลัง ขณะเดียวกันอาจเห็นว่าบ้านเมืองมีความปรองดอง แต่ความจริงยังไม่ใช่ เหมือนเป็นการล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าละอาย แต่คนไทยวันนี้ได้ลิ้มรสประชาธิปไตยมามากแล้ว ได้เห็นความยุติธรรมมามากแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คนไทยก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น และใครทำอะไร พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ส่วนเศรษฐกิจในวันนี้ เราก็รู้กันแล้วว่าผู้มีอำนาจไม่ได้สนใจใดๆ สนใจแต่เรื่องเล็กๆ การแก้ปัญหาของประชาชนไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนค้าขาย เกษตรกร และผู้ใช้แรงงานค่อนข้างถูกละเลย อีกทั้งเศรษฐกิจขณะนี้มีความน่าเป็นห่วง รวมถึงความเชื่อมั่นและความเชื่อถือต่อประเทศไทยเกิดความเสียหายอย่างมาก เพราะผู้มีอำนาจเอาประเทศเราไปเล่นอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีใครคิดถึงอนาคตของประเทศ คิดกันถึงแต่อดีต นำประเทศกลับสู่อดีต พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ประเทศของเราตอนนี้ได้ย้อนยุคไปแล้ว ตนจึงอยากเห็นบ้านเมืองของเรากลับไปสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง แต่ดูท่าทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะออกมาถือว่าเลวร้ายที่สุดแล้ว เป็นรัฐธรรมนูญที่คนไทยไม่ยอมรับ ไม่ทำให้ประเทศดีขึ้น จึงอยากบอกให้พี่น้องว่าพวกเราทั้งหลายต้องยึดมั่นหลักการรักประชาธิปไตย รักประเทศไทย และรักความเสมอภาค แต่ถ้าอะไรที่ไม่เข้าตามหลักการเหล่านี้ เราต้องไม่เอา และตนเชื่อว่าไม่มีใครฝืนประชาชนได้ และไม่มีประเทศใดในโลกที่ฝืนจิตใจคนส่วนใหญ่ได้เลย ดังนั้นถ้าทุกคนเข้มแข็ง ก็เชื่อว่าจะช่วยให้ประเทศเรากลับมาเป็นประชาธิปไตยได้เช่นเดิม วันนี้เขาจะมาถอดยศ ถอดกางเกง ถอดอะไรไปหมด ตนก็ไม่ว่าอะไร ตามสบาย อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันว่าคลิปดังกล่าวถูกบันทึกขึ้นที่ไหน และช่วงเวลาใดก่อนนำมาเผยเเพร่ |
สิ่งที่ผู้กุมอำนาจในระบอบเผด็จการทรราชย์ราชาธิปไตยต้องการ
สิ่งที่ผู้กุมอำนาจในระบอบเผด็จการทรราชย์ราชาธิปไตยต้องการ
สงครามชนชั้นในประเทศไทยแห่งยุคศตวรรษที่ 21 อันได้เริ่มขึ้นในช่วงปลายของการบริหารประเทศชองรัฐบาลที่ประชาชนรักที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ภายใต้การบริหารงานของ ดร. ทักษิณ ชินวัตร นั้น ทำท่าว่าจะยืดยาวกว่าที่ใครหลายคนคิด
ฝ่ายปล้นอำนาจประชาชน รวมตัวกันเพราะผลประโยชน์ หรือความมั่นคงในอำนาจถูกบั่นทอนโดยการเติบโตของการเมืองที่ประชาชนคนรากหญ้าหนุนหลัง การปล้นอำนาจเกิดขึ้นด้วยการวางแผนเป็นขั้นตอน ใช้สื่อที่เสียผลประโยชน์และถูกสั่งได้ คนที่มีชือเสียงที่วังไว้ใจและจงรักภักดีต่อวัง ผ่านเส้นสายขององคมนตรีทั้งคณะ นักการเมืองไร้ฝีมือที่รับใช้อำนาจโบราณเป็นสันดาน ทหารในกำกับของวัง ข้าราชการที่ถูกสร้างให้รับใช้เป็นตีนมือให้กิจของพระราชาตามชื่อ และคนไทยที่หัวอ่อน ถูกล้างสมองมาโดยวัฒนธรรมและระบบการโฆษณาชวนเชื่อนานนับชั่วอายุคน
ฝ่ายประชาชนนั้นเล่า นับแต่ปี 35 เริ่มมีชนชั้นกลางลุกขึ้นมาต่อต้านลัทธิทรราชย์ทหาร ที่พยายามกลับมาเกิด ด้วยการสั่นสะเทือนอำนาจโบราณยังไม่ชัดเจน ความสงบจึงกลับมา พร้อมกับการยอมให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ฉบับแรก ปี 40 ซึ่งนำมาสู่การมั่นคงแข็งแรงของอำนาจทางการเมือง คืออำนาจบริหารและนิติบัญญัติ ที่สามารถมีพลังคัดง้างกับอำนาจเก่าได้ สามารถสร้างความสุขและความหวังให้กับประชาชนระดับล่างที่ถูกสอนให้งมงาย กับค่านิยมพอเพียงของกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในบรรดาราชวงศ์ของโลก
การต่อสู้ที่ผ่านมา ก๊กเทพอสุรทรราชย์ สามารถครองเมืองได้ตามแผนอย่างง่ายดายในระยะแรก เพราะคนไทยยังมึนงง และยังไม่เข้าใจว่าก๊กนี้มีแผนลึกซึ้งขนาดไหน และเป็นอันตรายกับบ้านเมืองขนาดไหน แต่การต่อต้านการรัฐประหารเกิดขึ้นแทบจะทันทีทันใด โดยคนไทยหัวก้าวหน้าจำนวนไม่น้อยที่ไม่หลงกลของก๊กอุบาทว์นี้ การต่อสุ้เคลื่อนไหวต้าน คมช. จึงเกิดขึ้นและขยายลามจนเกิดกระแส ให้พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน ซึ่งกลายมาเป็นเพื่อไทยในปัจจุบันนี้ เริ่มกล้าต่อสู้ แม้จะสู้ไปตอแหลรับผลการตัดสินของศาลเหี้ยมาตลอด และรับบทพจมาน แห่งบ้านทรายทอง ช่วงกลางเรื่องอย่างอดทน ยอมให้ถูกตบตีออกหน้าจอ จนคนดูละครเห็นภาพชัดเจนถึงความเลวร้ายของไอ้และอีในก๊กเทพอสูร และแน่นอนว่า พอก๊กอสูรยึดอำนาจคืนได้ หลังจากหลงพลาดปล่อยให้เสียคืนกลับไปเพื่อไทยภายใต้การกุมบังเหียนของอดีตนายกหัวใจสีน้ำเงินผุ้รักความยุติธรรม ท่านสมัคร สุนทรเวช พวกมันจึงคิดได้ว่า นับแต่นั้นตลอดมาแจะต้องหน้าด้าน จะต้องรีบรวบอำนาจทุกด้าน ต้องประสานงานกันเข้มแข็ง ใส่ร้ายฝ่ายประชาชนและพรรคของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ไม่กลัวว่าจะค้านสายตาคนไทยหรือต่างประเทศเพียงใด และเมื่อการยุบพรรค การกลั่นแกล้ง และการอ้างพระราชบารมี ไม่ช่วยให้ชนชั้นกรรมกรและชนชั้นล่างหงอได้ แถมยังเติบโตแล้วดึงคนชั้นกลางจำนวนมากเข้าร่วมขบวนการที่พัฒนาเป็นคนเสื้อแดงที่นับวันยิ่งแกร่งกล้า บังอาจสำแดงพลังอย่างน่าหวั่นไหวสำหรับอำนาจเก่า เขาจึงเล่นบทชัดเจนขึ้น โดยประกาศว่า ฉันอยู่ข้างเสื้อเหลืองนะยะ แดงจะตายไปก็ตายไปแบบไพร่ ฉันไม่สนย่ะ นั่นยังไม่พอใจพวกเขา ปีถัดมาเลยกะฆ่าแบบเย้ยหยัน ว่าอย่ามายุ่งกับม้านั่งและอำนาจของกู ยิงธรรมดาไม่ยิง เล่นเอาสไนเปอร์มายิงแบบยิงหมา เพื่อข่มให้คนเสื้อแดงรู้ว่า อย่าบังอาจ
แต่เสื้อแดงมาไกลเกินกว่าจะถอยกลับ และความเลวร้ายของก๊กเทพอสูร ก็มากเกินจะยอมรับได้ ยิ่งดูตัวเลขทางเศรษฐกิจ ดูพัฒนาการทุก ๆ ด้านของการพัฒนาประเทศที่ดิ่งลงเหว ที่ขัดกับภาพการกระแดะและหน้าด้านของรัฐบาลประชาวิบัติที่จีบปากจีบคอพ่นคำเท็จออกหน้าทีวีทุกวัน ประชาชนยิ่งตาสว่าง และเกลียดชังก๊กกินเมืองทั้งก๊ก และดูเหมือนว่าการสมานฉันท์มันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะไม่มีใครเชื่อสันดานและเล่ห์กลของเทพอสูรและสมุนที่ทำผิดกฎหมายและศีลธรรมกันแบบโจ๋งครึ่ม และกลัวผลกรรมตามทัน หากทิ้งอำนาจ
สงครามนี้ยืดเยื้อด้วยเหตุผลหลักสองสามประการ
หนึ่ง คนกุมอำนาจ มีสันดานหนา ไม่มีทางยอมสอง คนเสื้อแดง ตามหลังแกนนำที่เน้นแนวรบรัฐสภาอย่างเดียวมานาน จนไม่ได้พัฒนาศักยภาพในการคิด ทำ และประสานงานเคลื่อนไหวเชิงก้าวหน้าที่นำไปสู่ขั้นตอนแห่งชัยชนะเบ็ดเสร็จได้
สาม ผลจากสองข้อที่กล่าวมา ฝ่ายเทพอสูรหาทางชะลอเวลา ลดกระแสฝ่ายเสื้อแดงด้วยวิธีการและหมากกลทุกทางที่ทำได้ ในรัฐสภาให้พรรควิบัติตอแหลและแดกร่วมกับซาตานปากห้อยแห่งแดนอีสาน แนวรบสื่อก็ให้ใช้สื่อของรัฐทุกสื่อทำหน้าที่เอนเอียงอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าสื่อสามานย์อย่างสนธิและคณะจะแตกคอเพราะไม่ได้ผลประโยชน์สมใจ จะปีนเกลียวกัน แต่เรื่องข้อมูลข่าวสารด้านเดียว พวกมันทำได้ไม่แพ้กลุ่มเสื้อแดงที่เติบโตอย่างเป็นระบบเช่นกัน ผ่านนักรบไซเบอร์ที่เข้มแข็ง ประสานกับนักเคลื่อนไหวทุกระดับ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้กำลังใจกันอย่างไม่ขาดสาย
จนวันนี้ กระแสปฎิวัติประชาชน ที่ก่อตัวกันมาอย่างมีที่มาที่ไป คือที่ใดมีการกดขี่และความไม่เป็นธรรม ที่นั่นย่อมมีการต่อต้าน และการต่อต้านมันพัฒนามาอย่างมีเหตุผล และในที่สุด หัวหอกก็ทิ่มไปที่บัลลังก์และบ้านหลังใหญ่ของเทพอสูรและอสุรี และลูกหลาน เมื่อสงครามมันถึงจุดที่สองตัวการใหญ่เจอกัน ตอนต่อไปนี้ จงอย่ากระพริบตา
ทีนี้มาดูว่า ผุ้กุมอำนาจในระบอบนี้ ต้องการอะไร?
พวกนี้ไม่ต้องการสร้างอะไรดี ๆ ผมจึงจะไม่ใช้คำว่าสร้าง แต่จะใช้คำว่าทำลาย ให้พี่น้องเอาไปคิดต่อนะครับ
พวกนี้ต้องการทำลายสิ่งเหล่านี้ครับ
- ทำลายแกนนำคนสำคัญ
- ทำลายความสามัคคีของคนเสื้อแดง
- ทำลายการขยายตัวของคนเสื้อแดง
- ทำลายเป้าหมายสำคัญให้คลาดเคลื่อนำจากตัวการสำคัญ ๆ (มีมากกว่าสองตัว)
- ทำลายความชอบธรรมของการต่อสู้ของคนเสื้อแดง
- ทำลายภาพลักษณ์ของเสื้อแดง
- ทำลายขวัญและกำลังใจ
- ทำลายความกล้าหาญและฮึกเหิมของขบวนการเสื้อแดง
- ทำลายความเกรี้ยวกราดที่ตรงจุดปัญหา
- ทำลายโอกาสในการชี้แจง เผยแพร่และเข้าถึงข้อมูล
- ทำลายชีวิตและทรัพย์สิน และมันกำลังวางแผนจะทำอีกครั้ง หากกลรัฐสภาไม่ได้ผล
ดังนั้น สิ่งที่พี่น้องเสื้อแดงต้องทำ ควรเป็นการทำให้เกิดผลตรงข้ามนี้ อย่างเป็นระบบ ขยันขันแข็ง กล้าหาญ และไม่หย่อนอุดมการณ์
โชคดีเถิด พี่น้องเสื้อแดงที่รักเอ๋ย คนไกลบ้าน ขอภาวนาให้พี่น้องจงระดมความกล้าหาญ สติปัญญา และความมุ่งมั่นสามัคคี ตีปัญหาให้ตรงจุดและสร้างยุทธศาสตร์ยุทธวิธีที่ครบคลุมทุกด้าน และนำประเทศชาติไปข้างหน้าได้สำเร็จ โดยไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหายจนเกินไป หากจะเสียหาย ก็จงทำลายก๊กเทพอสุรเสียโดยเร็ว รวบรัด สาธุ
ป็นอะไรก็ไร้ค่า ถ้าประชาชนไม่เอาด้วย
ป็นอะไรก็ไร้ค่า ถ้าประชาชนไม่เอาด้วย
โพสต์โดย : piangdin
ID # 786740 - โพสต์เมื่อ : 2009-03-23 23:26:16 _ ปิดข้อความ แก้ไข
"เป็นอะไรก็ไร้ค่า ถ้าประชาชนไม่เอาด้วย"
เมื่อเรือขาดน้ำ เรือก็เดินไม่ได้
เมื่อศาลเจ้าขาดคนสักการะ มันก็แค่บ้านไม้เก่า ๆ รอวันผุพังเลือนหาย
เมื่อประชาชน ไม่กลัวรถถังและอาวุธ ความน่าเกรงขามของทหารก็หายไป
เมื่อประชาชนไม่ยอมรับความยุติธรรมของศาล ตุลาการทั้งยวงก็เสื่อม
เมื่อประชาชนไม่ยอมก้มหัวให้อำมาตย์ อำนาจเถื่อนก็เสื่อมสลาย
เมื่อประชาชนไม่ยอมนิ่ง เสียงที่เคยดังของอำมาตย์ก็ถูกกลบ
เมื่อประชาชนไม่สนคำสั่งเถื่อนของผู้ปกครอง คำสั่งก็ไม่ต่างจากสั่งน้ำมูก
เมื่อกฎหมายถูกใช้ไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรม ประชาชนจะปฎิเสธให้กฎหมายเหลือแค่กระดาษ
เมื่อวันนี้ ประชาชนเขาไม่ยอมรับระบอบเผด็จการ ระบอบจักอยู่ได้อย่างไร
เมื่อนักการเมืองไม่ได้อยู่ในหัวใจของประชาชน จะมีสิทธิบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร
แม้แต่พระเจ้าก็ไม่มีปัญญาบังคับมนุษย์ทุกคนให้นับถือได้
แล้วจะมีการบังคับใด ๆ ได้ผล ในเมื่อหัวใจเสรีประชาธิปไตย มันไม่เอาเผด็จการแน่แล้ว
คิดดูให้ดีแล้ว ท่านจะร่วมมือกับประชาชน ในการอภิวัฒน์สังคม
หรือจะฝืนกระแสธรรมชาติ แล้วออกมาต่อต้านฆ่าฟันประชาชน
การใช้อำนาจเถื่อน จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อประชาชนยังโง่และยอมให้กดขี่
แต่เมื่อใดประชาชนตื่นแล้ว ถูกปลุกจากการมอมเมาแล้ว
ท่านจะไม่มีทางทำให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเมื่อวานได้
วันนี้ สถาบันและกลุ่มคนเหล่านี้ ต้องคิดทบทวนให้ดีแล้วครับ
พระมหากษัตริย์
รัฐบาลเทพประทาน
ตีนมือ คมช.
ทหาร ตำรวจ
PAD
สื่อ นักวิชาการและ NGO หลงหลักจรรยาบรรณ
ข้าราชการและนักการเมืองทุกกลุ่ม
จะเล่นงานประชาชน โดยรวมหัวกันกดขี่ประชาชนแน่หรือ?
แผ่นดิน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งนะครับ
ระวังจะไม่มีแผ่นดินอาศัยและฝังร่างนะครับ





